วยซ้ำ เธอก็กลับบ้านไปซะแล้วเธอจำได้ว่าครั้งที่แล้วเกิดอะไรขึ้นที่โรงแรมไค่ฮั่ว เขาก็มีนิสัยแบบนี้ มีหรือเธอจะยอมไปง่าย ๆ“ขอโทษนะคะ ประธานจิ่ง บุคลิกของคุณนั้นน่ากังวลจริง ๆ เพียงแต่วันนี้ต้องขอบคุณประธานจิ่งที่ช่วยดูแลหน่วนหน่วนนะคะ” เธอพูดจบก็วางหูไปทันที เพราะไม่อยากจะคุยอะไรกับเขาให้มากความ“แม่จ๋าไปกินข้าวเถอะ พวกเราดูแลตัวเองได้” อันหน่วนยิ้มก่อนจะหันหลังกลับไป คืนนี้ดูท่าเธอต้องเตรียมแผนการอีกเยอะ ต้องทำงานใหญ่มากแน่ ๆเมื่อกินข้าวเย็นเสร็จ เธอก็ยุ่งอยู่ในห้องหนังสือ แม้ว่าหลินจื่อเซี๋ยวจะเปิดประตูเข้ามา เธอก็ไม่ได้สนใจมองดูแต่อย่างใด“อันโหรว วันนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” หลินจื่อเซี๋ยวเดินเข้ามาหา ก่อนจะมองเธอด้วยสีหน้าที่จริงจัง ใบหน้าไม่ได้มีความสุขแต่อย่างใด เพราะว่าตอนบ่ายจิ่งเป่ยเฉินให้เธอไปทำงาน เธอจึงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก“ไม่มีอะไรหรอก” อันโหรวตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ครั้งนี้ฉิวซีกำลังจับจ้องเธออยู่ ดังนั้นแผนการครั้งนี้เธอจะต้องทำโดยไม่ให้มันเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น“นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย! ประธานจิ่งวันนี้ก็ดูมีความสุขเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องด้วยนะ” หลินจือเซี๋ยวชี้ที่คางของตนและบอกว่า “ฉันดูแล้วประธานจิ่งท่าจะชอบหน่วนหน่วนอยู่นะ”“เขาน่าจะเป็นโรคประสาท”“หือ?” จื่อเซี๋ยวมองเพื่อนรักด้วยสายตาชื่นชม คงไม่มีใครกล้าพูดจาแย่ ๆ แบบนี้แน่ นอกจากอันโหรว ขนาดตัว