ยเฉินจะไม่รับสาย แต่แล้วเขากลับรับมันอย่างรวดเร็วอยู่ดี“คิดถึงผมยังงั้นเหรอ?” น้ำเสียงที่เย่อหยิ่งกล่าวออกมาราวกับไม่ใส่ใจมากนัก“ประธานจิ่ง คือมันเป็นแบบนี้ค่ะ ฉัน….” เธอยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ หน่วนหน่วนก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน“คุณลุงขา คุณลุง!”“หน่วนหน่วน เขาอยากคุยกับคุณ” อันโหรวไม่รอให้เขาตอบกลับใด ๆ เธอยื่นโทรศัพท์ไปให้อันหน่วนพูดแทนปลายสายอีกด้านก็นั่งนิ่งตั้งใจรอฟังคำพูดของเธออย่างตั้งใจ“ได้ค่ะ ได้ค่ะ! แต่ว่า………” อันหน่วนเงยหน้าขึ้นก่อนจะมองไปที่อันโหรวอีกครั้ง “แม่จ๋า สุดสัปดาห์หนูขอไปเล่นกับคุณลุงได้ไหมคะ?”“ไม่ได้!” อันโหรวปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดจิ่งเป่ยเฉินรู้ว่าเธอมีลูกอยู่สองคน คงเป็นไปไม่ได้แน่ที่จะพาหน่วนหน่วนมาคนเดียว อีกอย่างเขายังไม่เคยเห็นหยางหยาง เลย จึงไม่สามารถพูดอะไรได้มากเธอจึงรีบแย่งโทรศัพท์จากอันหน่วนมาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ประธานจิ่ง ขอบคุณนะคะ ลาก่อนค่ะ”“เดี๋ยวก่อน” จิ่งเป่ยเฉินที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานรีบเอ่ยปากห้าม คำพูดของเธอยังคงดังกึกก้องอยู่คำพูดนั้นช่างฟังดูหนักแน่นและรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลังเลแต่อย่างใดการที่เธอรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ทำให้เขานั้นรู้สึกผิดหวังมากจนไม่สามารถอธิบายได้“กังวลว่าผมจะลักพาตัวเขาหรือไง ไม่เชื่อใจผมเลยยังงั้นเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเวลาที่หน้าคอมพิวเตอร์ ตอนที่เธอบอกว่าจะไปก็ไม่คิดว่าจะไปจริง ๆ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้