ยฟังแม่หน่อยได้ไหมคะ อยู่บ้านไปก่อนนะ”อันหยางเม้มริมฝีปากแน่น แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดีเมื่อจัดการเรื่องลูกชายเสร็จแล้ว อันโหรวก็รีบกลับไปที่บริษัท ความโกรธในใจเริ่มทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถึงบริษัทเธอจึงรีบเดินกะเผลก ๆ ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 15 อย่างรวดเร็วหลินจื่อเซี๋ยวไม่อาจวางใจลงได้ เมื่อเห็นอันโหรวมาจึงรีบวิ่งเข้าไป “เป็นยังไงบ้าง นี่แค่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเองนะ”“หยางหยางกลัวมาก ฉันเลยต้องกลับบ้านไปก่อน” อันโหรวพูดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน เธอเคาะประตูสองครั้งพลางเอ่ยบอกคนที่อยู่ด้านใน “ประธานจิ่งคะ ฉันอันอีหาน ขออนุญาตเข้าไปในห้องนะคะ”“เชิญ”เมื่ออันโหรวเปิดประตูเข้าไปก็เห็นอันหน่วนนั่งอยู่บนตักของจิ่งเป่ยเฉิน และเมื่อเด็กตัวน้อยเห็นอันโหรว ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มและพูดขึ้นทันทีว่า “แม่จ๋า…….”อันโหรวโกรธจนแทบลืมหายใจ เธอไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาประธานจิ่งและอุ้มอันหน่วนออกมาจากตักของเขา วางให้เธอยืนบนพื้นก่อนจะดุอย่างเข้มงวด “หนูออกมาโดยไม่บอกพี่ชาย ไม่บอกแม่ พี่ชายของหนูกังวลจนร้องไห้ใหญ่โต ทำไมหนูถึงได้มีนิสัยเอาแต่ใจแบบนี้”อันหน่วนเมื่อได้ยินแม่ดุ น้ำตาก็พลันไหลออกมาทันที จมูกเล็ก ๆ กลายเป็นสีแดงก่ำ “แม่จ๋า แม่ดุหนูอีกแล้ว แม่จ๋าไม่รักหน่วนหน่วนแล้ว”จิ่งเป่ยเฉินใบหน้าเคร่งเครียดลงเล็กน้อย เขามองไปที่อันโหรวด้วยท่าทีที่เย็นชา ก่อนจะลุกขึ