ดไม่ได้ที่จะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งแบบนี้ถ้าหากได้เป็นครอบครัวของพวกเขา…มันจะดีมากสักแค่ไหนกันนะ“ประธานจิ่ง ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณเห็นเรื่องน่าขันแบบนี้” อันโหรวอุ้มลูกสาวของเธอ อารมณ์ได้เบาลงมากแล้ว ไม่ได้ขุ่นเคืองเหมือนก่อนหน้านี้ ใบหน้าจึงเผยให้เห็นความสงบก่อนจะยิ้มออกมาอันหน่วนฟุบไปที่ไหล่ของเธอ เด็กน้อยทำท่าทางออดอ้อน อันโหรวจึงวางมือไว้บนหลังของอันหน่วนและตบเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ไม่รบกวนเวลางานของประธานจิ่งแล้วนะคะ ฉันจะพาลูกสาวออกไปก่อน”เมื่อเธอพูดจบก็เตรียมที่จะออกไปทันที แต่จิ่งเป่ยเฉินกลับยื่นมือออกมาเพื่อขวางไว้ “อย่าเพิ่งไป ผมมีอะไรจะให้คุณ”อันโหรวที่กำลังอุ้มอันหน่วนอยู่นั้นเกิดความงุนงงขึ้นเล็กน้อย พลางมองดูเขาที่กำลังหยิบกล่องสีขาวออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะทำงาน แวบเดียวเธอก็เข้าใจได้โดยทันที จึงเอ่ยออกไปว่า“ขอบคุณประธานจิ่งที่กรุณานะคะ เพียงแต่ว่าฉันคิดว่าฉันไม่อยากได้มัน” เมื่อเธอพูดจบก็เตรียมจะเดินออกไปอีกครั้ง“หน้าจอโทรศัพท์ของคุณแตกและยังไม่ยอมเปลี่ยนอีก คิดจะเก็บมันไว้เป็นที่ระลึกหรือยังไง หรือคิดว่าเงินเดือนของ TE น้อยเกินไป เลยไม่มีแม้แต่เงินจะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่” จิ่งเป่ยเฉินเลื่อนกล่องไปที่ขอบโต๊ะทำงาน สายตาของเขานั้นดูเฉียบคมราวกับมีด เขาหยิบกล่องนั้นขึ้นมายื่นให้อันโหรวน้ำเสียงของจิ่งเป่ยเฉินที่ดูสงบนิ่งเริ่มเบาบางลง เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ด้วยท่าทีที่นิ่ง