อให้พี่ชายด้วย” เธอไม่ได้มองไปที่จิ่งเป่ยเฉินเลยแม้แต่น้อย พูดจบก็อุ้มอันหน่วนและเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาทันทีเมื่อประตูห้องทำงานปิดลง จิ่งเป่ยเฉินจึงก้มลงเหลือบมองกล่องโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกแกะบนโต๊ะทำงานของตนเอง เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่อันหน่วนพูดเมื่อครู่ แม้จะชอบเขาเป็นอันดับสาม แต่ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้ว เธอชอบเขารองลงมาจากแม่และพี่ชายเลยนะผ่านไปไม่นาน จู่ ๆโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
อันโหรวขมวดคิ้วยุ่ง หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมาซะดื้อ ๆ จึงได้เอ่ยถามลูกชายไปเบา ๆ ว่า “ก่อนหน้านั้นหน่วนหน่วนได้พูดอะไรแปลก ๆ บ้างหรือเปล่า?”
อันหยางเริ่มคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าแบบไม่ลังเล “ก่อนหน้านั้นหน่วนหน่วนบอกให้ผมพาน้องไปหาคุณลุง แต่ผมไม่ได้ตอบอะไร จากนั้นน้องก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วทุกอย่างก็เป็นแบบนี้”อันโหรวเข้าใจทันทีที่ได้ฟังจบ บางทีหน่วนหน่วนอาจจะไปหาจิ่งเป่ยเฉิน !แต่เธอก็เพิ่งจะออกมาจากบริษัทจิ่ง ก่อนหน้านั้นก็ไม่เห็นหน่วนหน่วนเลยนะในขณะที่อันโหรวกำลังขมวดคิ้ว หลินจื่อเซี๋ยวก็ได้โทรเข้ามาพอดี นั่นน่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง“โหรวโหรว เธอรีบมาหาฉันเร็ว หน่วนหน่วนไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” หลินจื่อเซี๋ยวจับอันหน่วนไว้ด้วยมือหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างก็ถือโทรศัพท์พูดคุยกับอันโหรวหลินจื่อเซี๋ยวไม่รู้เลยว่าอันโหร