คลายไว้ บางทีประธานจิ่งอาจจะไม่ได้เก็บโทรศัพท์เธอไปหรอกนะ”อันโหรวยิ้ม ก่อนจะตบไปที่ไหล่ของเพื่อนเธอ และเดินเข้าไปในห้องเธอถือแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งมาไว้ในมือด้วย ถ้าหากเธอไม่เห็นโทรศัพท์ของเธอละก็ เธอจะใช้โอกาสนี้แสร้งทำเป็นมาคุยเรื่องงาน เพื่อไม่ให้รู้สึกเก้อเขินจนเกินไปเมื่อมายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา อันโหรวก็มองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นโทรศัพท์มือถือของตนอยู่ข้างๆจิ่งเป่ยเฉิน เธอก็แทบหายใจไม่ออกโดยทันทีอย่างที่คิดไว้ ที่แท้ก็ถูกจิ่งเป่ยเฉินเก็บไปแล้วนี่เอง!“ประธานจิ่งค่ะ เมื่อคืนวานคุณเห็นโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นลายสีขาวเงิน มีรูปดอกกุหลาบเป็นเคสด้านหลังมือถือรึเปล่าค่ะ?” อันโหรวกำแฟ้มในมือไว้แน่น แม้ว่าตัวเธอจะเห็นแล้ว แต่ก็พยายามถามคำถามนี้เพื่อเช็คดูคนเสียก่อนจิ่งเป่ยเฉินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และขยับนิ้วออกจากแป้นพิมพ์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โดยทำท่าทีไม่สนใจใยดีอะไรมัน “ใช่โทรศัพท์นี่รึเปล่า? เมื่อคืนวานผมคงลืมจะคืนให้คุณไป”เมื่ออันโหรวได้ยิน มือไม้ก็สั่นเข้า ก่อนจะเอื้อมมือ เพื่อไปหยิบโทรศัพท์ เมื่อหยิบมาไว้ในมือ เธอก็พบว่าโทรศัพท์ของเธอนั้นถูกล็อคเข้าจนได้“ประธานจิ่ง คุณได้แตะต้องโทรศัพท์ของฉันรึเปล่าค่ะ?” ครั้งนี้ อันโหรวได้ถามอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับจับจ้องไปที่เขาอย่างเต็มๆอันทีที่เธอพูดประโยคจบ อุณหภูมิภายในห้องก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าจิ่งเป่ยเฉินกลับมืดครึ้มขึ้