ไม่มีเบาะแสใดๆ”
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างแปลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไม่มีเบาะแสใดๆ หลงเหลืออยู่เช่นนี้ แน่นอนคงต้องมีเงื่อนงำอย่างแน่นอน
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วขึ้น และไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเดินออกไป
หลังจากที่ส่งหลี่เฉิงไปแล้ว หลินจื่อเซี๋ยวก็ได้เห็นจิ่งเป่ยเฉินที่ด้านมาข้างหลัง จึงรีบลุกขึ้นไปถามด้วยความสงสัยว่า “ประธานจิ่งคะ ตอนนี้อันอีหานเข้ามาทำงานแล้วค่ะ ดูเหมือนกำลังรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานด้วย”
จิ่งเป่ยเฉินเลิกคิ้วขึ้น ไม่ใช่ว่าเธอขอลาไปแล้วเหรอ? ทำไมถึงกลับเข้ามาทำงานล่ะ?
“เธอพูดอะไรอีกไหม?”
หลินจื่อเซี๋ยวเงียบไปสักพัก “เธอบอกว่ามาที่นี่เพื่อสอบถามคุณเกี่ยวกับเรื่องโฆษกโฆษณาค่ะ”
อันโหรวตอนนี้ที่กำลังยืนอยู่ในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน หลังจากที่เดินไปส่งลูกๆของเธอเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เธออยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ เลยสู้เข้าไปทำงานเสียดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเป็นขี้ปากของผู้คนเท่าไหร่นัก
จิ่งเป่ยเฉินเมื่อเปิดประตู มองเห็นอันโหรวที่ยืนอยู่ข้างใน ดวงตาของเขาก็พลันหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะแสดงสีหน้าที่มืดมิดลง ความอดทนที่ชักจะทนไม่ไหว จึงเอ่ยออกไปว่า “ผมให้เวลาคุณสองนาที”
อันโหรวบีบแผนงานที่อยู่ในมือเอาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มยื่นให้เขาและพูดขึ้น “นี่เป็นแผนของการโฆษณาเมื่อครั้งที่แล้ว โฆษกโฆษณาสุดท้ายถูกกำหนดให้เป็น เหอเฉ่า แต่นี่เป็นโฆษณาหลักทั้งหมดของบริษัทจิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีน