ัพท์ของจิ่งเป่ยเฉินเมื่อเช้าตั้งแต่ที่เขารู้จากปากของเลขาหลินว่าอันโหรวขอลา เขาก็อยู่แทบไม่เป็นสุขเขารู้ดีว่า เธอนั้นพยายามหลบซ่อนตัวจากเขา ก่อนจะเอ่ยปากไม่กี่คำ ก็ได้คำตอบเชิงนัยๆมาว่าวันนี้เธอคิดจะใช้ประโยชน์ของการลาหยุดไปลงทะเบียนเรียนให้กับลูกๆของเธอให้เสร็จสิ้นนี่เป็นโอกาสของเขา แล้วเขานั้นจะปล่อยมันไปได้ยังไงดังนั้น เขาเลยคิดจะโทรหาถังซั่วแต่ทว่าจิ่งเป่ยเฉินไม่ได้คิดเลยว่า เขานั้นยังก้าวช้าไปหนึ่งก้าว ก่อนคิดจะทำเรื่องพวกนี้ อันโหรวก็จัดการไปเรียบร้อยหมดแล้วถังซั่วรับโทรศัพท์และพูดด้วยน้ำเสียงที่เชิงมีอารมณ์นิดหน่อย “หายากนะที่คนยุ่งๆแบบนี้จะโทรหาฉันได้ ว่าแต่มีธุระอะไร มีเรื่องด่วนอะไรงั้นเหรอ?”จิ่งเป่ยเฉินเอนหลังพิงเก้าอี้ที่ทำงาน “ถังซั่ว ฉันจำได้ว่านายมีโรงเรียนอนุบาลเอกชนอยู่ ฉันอยากจะส่งเด็กสองคนไปเรียนหน่อย”อันโหรวตอนนี้ได้สติขึ้นมา ก่อนจะรีบเช็ดปากและมือของเด็กๆทั้งสองและเอ่ยยิ้มกล่าวคำอำลาไป “ประธานถัง ฉันมีเรื่องต้องจัดการอยู่อีก ยังไงขอตัวก่อนนะคะ”เสียงของเธอคมชัดและหวาน มันไม่ได้ปิดบังเสียงเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เสียงนี้มันไหลเข้าไปในหูของจิ่งเป่ยเฉิน ลมหายใจของเขาก็แทบหยุดลงชั่วขณะทันทีนี่มันคือเสียงของโหรวโหรว!“โหรวโหรว โหรว โหรว….” จิ่งเป่ยเฉินลุกขึ้นยืนขึ้นก่อนจะพึมพำกับตัวเองจนชนิดที่ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ มือใหญ่ๆที่ถือโทรศัพท์ก็สั่นสะท้านขึ้นโดยทันทีเขาได้ยิน