ปอย่างเบาๆ และมองไปที่ห้องของเด็กๆ และกระซิบไปว่า “หยางหยางกับหน่วนหน่วนนอนหลับแล้วรึยัง”
“หลับไปแล้ว ดึกขนาดนี้แล้วนะ!” หลินจื่อเซี๋ยวอ้าปากหาว ก่อนจะมองไปดูเพื่อนรักของเธอและพูดขึ้น “ค่ำคืนนี้เธอกับประธานจิ่งไปถึงไหนบ้าง ทำไมแต่งตัวสวยขนาดนี้เชียว คงไม่ใช่ว่ากินข้าวดินเนอร์ใต้แสงเทียนอะไรแบบนี้หรอกใช่ไหม ถ้าหากไม่ใช่ละก็ ทำไมไม่กินอะไรนิดๆหน่อยๆสักคืนล่ะ คิกคิก”
อันโหรวหัวเราะในลำคอเบาๆ และพูดขึ้น “จือเซี๋ยว เธอก็น่าจะรู้ว่าเจ้านายเธอเป็นคนยังไง ประธานจิ่งพาฉันไปแค่งานเต้นรำเท่านั้น เธอไม่ต้องคิดเยอะหรอก”
“เต้นรำ?” หลินจือเซี๋ยวดวงตาฉายแววสีเขียว “การสัมผัสร่างกาย เต้นรำจำเป็นต้องใช้ท่วงท่าจับมือประสานไปมา……..” เธอพูดไปพร้อมกับจับมือสองข้างอย่างคลุมเครือสองสามครั้ง
อันโหรวยอมพ่ายแพ้ เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพื่อนรักของตนถึงได้คิดอะไรแบบนี้ออกมา ถึงได้คิดทำท่าเช่นนี้ เธอจึงเอ่ยออกไปว่า “ประธานจิ่ง พาฉันไปงานเต้นรำ แน่นอนไปเพื่อพูดคุยด้านธุรกิจ ในเมื่อสกุลเห่อผู้อำนวยการหลี่อยู่ที่นั้นด้วย ฉันเองก็ต้องพูดคุยเกี่ยวกับฮุบกิจการ”
หลินจือเซี๋ยวเบ้ปาก เมื่อรู้ว่าตัวเองผิดหวัง ก่อนจะเอ่ยไปว่า “พวกเธอนี่จริงๆเลยนะ ไปงานเต้นรำเพื่อคุยธุรกิจ การเต้นรำสมควรเป็นประธานจิ่งจริงๆ”
อีกอย่าง พูดถึงจุดนี้ อันโหรวก็เริ่มไม่พอใจ
ถ้าหากให้เปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่นละก็ กลัวว่าประธานจิ่งคงจะกินจนไม่เหลือกร