มดาอย่างที่คิดหรอก แน่นอนผมต้องจำไว้ ไม่มีทางที่จะลืมเลือน” โอวหยางลี่ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับคุณชาย คำพูดแค่ละคำนั้นดูเหมือนกับคนเจ้าเล่ห์ก็มิปาน“คุณชายโอวหยางก็ยกย่องเกินไปแล้วค่ะ!” อันโหรวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปมาสองสามรอบ “คุณชายโอวหยางมางานเต้นรำในวันนี้ แน่นอนว่าคุณภรรยาของสกุลเหลียวคงต้องมาด้วยใช่ไหมค่ะ”เธอพูดอย่างตกใจเพราะเห็นเหอเหมียวยืนอยู่ข้างหลังของโอวหยางลี่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอก็รู้สึกค่อนข้างโกรธนิดหน่อยการเอ่ยวาจาเช่นนี้ แน่นอนย่อมทำให้เกิดความอับอายทั้งสองคนแน่ๆโอวหยางลี่ขมวดคิ้วขึ้น เขารู้สึกเสมอว่าอันอีหานคนนี้พยายามปฏิบัติกับเขาเหมือนเช่นวันที่ไปสกุลเหอจริงๆ เธอจงใจใช้คำพูดที่ทำให้เขาดูอับอาย และมักจะพยายามพูดถึงเหลียวเว่ยอยู่ตลอดเหมือนกับว่าเธอนั้น…..รู้จักเขาดีมาก“วันนี้ภรรยาผมเขาไม่ค่อยสบาย เลยมาร่วมงานไม่ได้”ทันทีที่โอวหยางลี่พูดออกไป ที่ด้านหน้าเหอเหมียวก็ได้รีบเดินเข้ามาก่อนจะโอบไปที่แขนของเขา แต่นั้นไม่นานเท่าไหร่ เขาก็พยายามเขย่าและสบัดแขนออกอย่างไม่เต็มใจ จนทำให้เหอเหมียวต้องเอ่ยพูดออกมา “พี่โอวหยาง นี่คุณหมายความว่ายังไงเหรอค่ะ คุณไม่ใช่บอกว่า มีแต่ฉันเท่านั้นที่จะเป็นคู่งานเต้นรำของคุณได้?”“เหอเหมียว อย่ามาสร้างปัญหา!” ความอดทนของโอวหยางลี่เริ่มเก็บไม่อยู่ ใบหน้าของเขานั้นพลันมืดดำดิ่งลง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสใครทั้งสิ้นจิ่งเป่ยเฉิน