ช้เสียงที่แหบปกติดังเดิม “ประธานจิ่ง มีอะไรเหรอค่ะ?”
“เมื่อคืน เป็นเธอ?”
เป็นเธอยังงั้นเหรอ?
เสียงที่ไม่ชัดดังออกมาจากโทรศัพท์ ทำให้หูของเธอนั้นร้อนฉา
อันโหรวหัวใจกลับเต้นรุนแรง และเอ่ยขึ้นไปว่า “คุณพาฉันไปยังชั้นที่สิบห้า จากนั้นฉันก็ส่งคุณแล้วก็ออกไปเลย ทำไมเหรอค่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่มีอะไร ไว้เจอกันที่บริษัท ไว้มาที่ห้องทำงานหาผมด้วย”
“ประธานจิ่ง วันนี้ฉันขอลานะคะ พอดีต้องพาลูกๆทั้งสอง…และก็สามีของฉัน”
จิ่งเป่ยเฉินรับรู้ถึงเจตนาเธอดี ก่อนจะหยุดพูดไปชั่วคราวและเอ่ยออกไปว่า “อืม”
เมื่อวางสายโทรศัพท์ไป ฉีเซิ่งเทียนก็แย่งโทรศัพท์ของเขากลับ
“อันอีหาน ไม่ใช่อันโหรว นายจะดิ้นรนอะไรอยู่กันแน่? ตามหามาแล้วห้าปี หากคิดจะกลับมา ก็คงกลับมานานแล้ว
….ตอนที่ 44 ปล่อยแม่จ๋าของฉันนะ“ธุระของฉัน นายไม่ต้องสนใจหรอก” จิ่งเป่ยเฉินหยิบชุดสูทที่พนักงานโรงแรมนำมามอบให้ ไม่ว่าฉีเซิ่งเทียนจะมองเห็นเขาถอดเสื้อผ้าหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรก็ตามเขาก็ไม่สนใจฉีเซิ่งเทียนมองไปยังแผ่นหลังที่กว้างขวางของจิ่งเป่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นถึงรอยแดงๆ และรู้ได้แน่ชัดว่า นั้นเป็นรอยเล็บขีดข่วนของผู้หญิง….เหอะเหอะ ดูเหมือนว่าเมื่อคืนน่าจะเกิดเรื่องดุเดือด เกิดขึ้นจริงๆ“วันนี้ฉันตั้งใจมาเร็วหน่อย เพื่อจะบอกกับนาย ว่าตอนเช้าได้ตรวจสอบไปแล้ว อันโหรวได้ทำงานอยู่ที่กลุ่มTE แผนกวางแผนของประเทศอังกฤษ”จิ่งเป่ยเฉินหยุดผูกเน็คไทที่คอ ดว