ได้
หากมองในสายตาคนธรรมดาแล้ว พนักงานคนนี้จะดูหยิ่งยโสต่อหน้าบอสของตัวเองเกินไปรึเปล่านะ?
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ดวงตาลงมาเล็กน้อย ไม่ช้าภาพความคิดก็ปรากฎผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีนิสัยที่เย่อหยิ่งผยอง ท่าทางลักษณะก็คล้ายกับเย็นชาอยู่บ้าง….
ก็อดไม่ได้ที่จะเผยอรอยยิ้มในมุมปากขึ้นมา บนใบหน้าก็แทบจะมีความสุขเขียนออกมาเต็มๆ
รูปร่างลักษณะแบบนี้ แน่นอนว่าอันโหรวที่นั่งอยู่ในรถเหลือบเห็น พลางคิดในใจไปว่า นี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่? ทำไมถึงได้ทำหน้ามีความสุขแบบนั้น?
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินเข้ามาในรถ ก็รีบเอ่ยพูดด้วยความรวดเร็วไปว่า “เป็นอะไรไป?”
“ประธานจิ่ง ฉันกับเสี่ยวหยางนั่งรอคุณอยู่ในรถตั้งนาน แต่คุณกับหัวเราะคิดคักอยู่นอกรถคนเดียวแบบนี้ต้องถามว่ามีอะไรยังงั้นเหรอค่ะ?”
ดวงตาของคนขับรถเสี่ยวหยางพลันเบิกกว้างโต เขาแทบจะหดหัวกลับทันที ไม่รู้เพราะว่าอะไรอันอีหานถึงได้นำชื่อของตนไปเอ่ยออกมาแบบนั้น? นี่เธอกล้ามากเลยนะที่ได้พูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าประธานจิ่ง!
เมื่อได้ยินคำว่าหัวเราะคิกคักออกมา จิ่งเป่ยเฉินก็พลันทำสีหน้าดำดิ่งมืดครึ้มลงทันที และรีบเอ่ยออกไปว่า “เสี่ยวหยางออกรถเถอะ”
เสี่ยวหยางพยักหน้าตอบกลับด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะใช้เท้าเหยียบคันเร่งเพื่อออกรถ
เมื่อรถลีมูซินได้ขับออกมาได้สักพักนึง จิ่งเป่ยเฉินก็เขยิบเข้ามาใกล้อันโหรว พร้อมเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เธอนั้นตกใจเขยิบถอยหลังลงไปทันที
“อันอีหาน เธอกับโอ