ยใส่ ฉีเซิ่งเทียนก็พลันระเบิดอารมณ์ แต่ก็ไม่มีประโยคอะไร เฮ้อ จิ่งเป่ยเฉินตั้งแต่เด็กจนโตล้วนเป็นแบบนี้ตลอด เพียงแต่มีแค่คนๆเดียว ที่หยุดรั้งเขาไว้ได้ นั้นก็คือผู้หญิงคนเดียวที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อนเฮ้อ พูดไปแล้วก็น้ำตาเล็ด!“ไปที่โรงแรมไค่ฮั่ว”เมื่อได้รับคำสั่งจากประธานจิ่ง เสี่ยวหยางก็พงกหัว พร้อมหมุนพวงมาลัย และเลี้ยวไปเส้นทางอื่นโดยทันทีอันโหรวรู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้กำลังจะเข้าสู่สังคมเพื่อคุยงาน ภายในใจก็เริ่มที่จะเข้าใจและเอ่ยออกไปว่า “เสี่ยวหยาง รบกวนคุณช่วยจอดให้ฉันที่สี่แยกข้างหน้าที”“เธอ ก็ไปกับฉันด้วย” เมื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติของเขาเธอไม่เข้าใจจริงๆ นี่เขาจะเข้าสังคมเพื่อออกงานนะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?“ประธานจิ่งหากคุณต้องการเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์เรื่องบริษัท ฉันว่าให้พนักงานไปมันจะดูไม่เหมาะ ฉันว่าฉันไม่ไปดีกว่าค่ะ….”อันโหรวเอียงหัวเล็กน้อย และเงยหน้าขึ้นมาพร้อมเอ่ยอย่างตรงๆเพื่อปฏิเสธ แต่เขาก็ถูกชายคนนั้นยกมือขัดห้ามไว้“ฉันแค่แจ้งให้คุณทราบ ไม่จำเป็นต้องเสนอความคิด”เสี่ยวหยางมองไปยังประธานจิ่งผ่านกระจกหลัง เมื่อเห็น ท่าทางเช่นนี้เขาเองก็แทบตกใจ! ประธานจิ่งมองดำดิ่งทำสีหน้ามืดครึ้มลงไปเล็กน้อย ส่วนอันอีหานเองก็แทบเผชิญหน้ากับเขาโดยตรงเมื่อเห็นประธานจิ่งด้วยท่าทางเช่นนี้ เขาไหนเลยจะกล้าหยุดรถ ทำได้เพียงจ้องมองผ่า