ฉินถูไปที่แป้งบนใบหน้าของเธอ ก่อนที่จะขมวดคิ้วและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไปว่า “มีแป้งเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ต้องยอมรับนะว่า เขาคนนี้เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาที่ค่อนข้างไวมากนัก
อันโหรวก้มศีรษะลงโดยไม่มองแม้แต่ตัวเขา “ฉันน่าเกลียด แน่นอนว่าต้องทาแป้งเยอะ”
หากตีความหมายนัยๆ ก็ประมาณว่า ตัวของฉันนั้นน่าเกลียด คุณอย่าได้เข้ามาใกล้นักเลย! อย่าเลือกอาหารไปทั่วเวลาคุณหิว!
……….ตอนที่ 36 เหมือนเธอมากจิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเธอและเอ่ยคำพูดอย่างเฉยเมย “ดวงตาของคุณสวยจริงๆ”มันคล้ายกับประกายท้องฟ้าในยามค่ำคืน เป็นระยิบระยับ เหมือนเธอมากนักเมื่อคิดถึงจุดนี้ จิ่งเป่ยเฉินก็เอ่ยวาจาที่ดูนุ่มนวลขึ้นมาอีกครั้งทั้งสองคนแทบไม่ได้พูดคุยกันในรถ อันโหรวที่นั่งอยู่ทางซ้ายสุด ที่ห่างไกลกว่าเขาหน่อย เพราะในรถนั้นมีขนาดค่อนข้างกว้างจนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่อยู่ในรถ จิ่งเป่ยเฉินมองไปยังรายชื่อผู้ที่โทรเขา ก็พบว่าเป็นฉีเซิ่งเทียนที่โทรเข้ามา“หมิ่นลี่ เด็กคนนี้กลับมาจากเยอรมันแล้ว พี่น้องทุกคนรวมตัว ห้ามมาสาย เที่ยงตรง สถานที่เก่า โรงแรมไค่ฮวา”“อืม” คำสั้น ๆที่บอกเป็นนัยๆว่า เขาไปแน่นอน“อย่าได้แค่อืม จะต้องมาให้ได้นะ ไม่อย่างงั้นจะโดนหมิ่นลี่ถลกหนังแน่ๆ”“อืม” จิ่งเป่ยเฉินพูดจบก็พลันวางโทรศัพท์ลงไป เขาพูดเพียงแค่สองคำแรกตั้งแต่ต้นยันจบ ล้วนแล้วแต่เป็น อืมเมื่อปลายสายโทรศัพท์ได้รับสิ่งที่ตนเองถูกวางสา