อง”
“มีผู้หญิงไม่กี่คนที่เขาจำได้ เธอยัง..” ฉีเซิ่งเทียนมีรอยยิ้มขี้เล่นที่มุมปาก นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ยิ้มแบบนี้
ช่างเป็นงานที่ใหญ่โตในหนึ่งปีจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินน่าจะไม่รู้ว่าอันอีหานคนนี้เป็นแม่คนแล้ว
อันโหรวไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป ก่อนที่จะเดินออกไปทันที
ตอนนี้เหลือเพียงฉีเซิ่งเทียนที่อยู่ในห้องสัมภาษณ์
เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นหนึ่ง อันโหรวก็ก้าวออกมาจากลิฟต์ เธอมองเห็นลูซี่ที่กำลังมุ่งตรงเดินมาหาตัวเองด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว
“นี่ยัยคนแก่ ใครเป็นคนหนุนหลังเธอกันแน่?” ลูซี่มองอันโหรวด้วยท่าทีที่หยิ่งยโส แววตาที่มองมานั้นแฝงไว้ด้วยความดูถูก
“คุณอย่าคิดดูถูกคนอื่นจะดีกว่า” อันโหรวเงยหน้ามองเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาบาง ๆ และไม่สนใจเธออีกต่อไป
ปกติแล้ววิธีนี้มักจะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายได้เป็นอย่างดี
“ฉันเป็นผู้หญิงของเฉิน บริษัทอุตสาหกรรมจิ่งจะต้องเป็นของฉัน คนที่หนุนหลังเธอเป็นใครกันแน่ พูดมา เป็นใคร?” ลูซี่ชำเลืองสายตามอง คำพูดเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“ถ้าอยากรู้ว่าเป็นใคร คุณก็ลองไปถามประธานจิ่งดู” อันโหรวรู้สึกรำคาญเธอ เมื่อพูดจบจึงได้เดินหันหลังเพื่อที่จะออกไปจากตรงนี้
เพียงแต่ลูซี่กลับคว้าตัวของเธอจากด้านหลังเอาไว้ ก่อนจะพูดว่า “พูดจาอวดดี กล้ามากนะ เธอเป็นผู้หญิงของประธานจิ่งอย่างนั้นเหรอ? เธอมีดีอะไรกันแน่ หน้าอกใหญ่อย่างนั้นเหรอ? มีเสน่ห์อะไรกัน”
เมื่อเห็นผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่หั