่งเข้าไปที่อ้อมกอดของแม่ ในขณะที่อันหยางที่กำลังยืนอยู่ ดวงตาของเขาซุกซ่อนอยู่ในแว่นกันแดดสีดำเล็ก ๆ ที่ขยับเล็กน้อยท่าทีที่เย็นชาก็ปรากฏขึ้นอันโหรวสัมผัสไปที่ใบหน้าของอันหน่วน “อยู่ข้างนอกแบบนี้ ไม่ควรพูดคุยกับคนแปลกหน้านะ รู้ไหม?”“หน่วนหน่วนเข้าใจแล้วค่ะคุณแม่ จุ๊บจุ๊บที” พูดจบอันหน่วนก็ยืนเขย่งเท้าและใช้มือกอดเธอไว้แน่น พร้อมกับทำท่าขอจุ๊บเธอ ก่อนจะทำทีเมินเฉยใส่ผู้คนที่อยู่รอบ ๆในตอนนี้จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา “โหรวโหรว เจ้าคนไร้ยางอาย ในที่สุดก็รู้ว่าต้องกลับมาแล้วสินะ!”อันหยางเงยหน้ามองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่สวมเสื้อสีแดงเพลิง มีผมหยักศกยาวไปจนถึงช่วงขอบเอวผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้าหาแม่ของพวกเขาด้วยท่าทีที่รีบร้อน อันหยางจึงได้อ้าขาของตนและทำท่าทางจะห้ามผู้หญิงคนนั้นไม่ให้เข้ามาใกล้แม่ พร้อมกับคิ้วขมวดก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “คุณพูดว่าใครไร้ยางอาย?”หลินจือเซี๋ยวรู้ตัวจึงหยุดเดินและมองไปที่เด็กหนุ่มหล่อตัวน้อยที่ผมยังไม่ทันยาวที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า ทั้งยังมองไปที่สาวน้อยผมสีบลอนด์ที่กำลังกอดอันโหรวอยู่ไม่สนใจก็คงจะไม่ได้ ในเมื่อยามนี้เธอค่อนข้างรู้สึกสับสนขึ้นมาบ้างแล้วเด็กน่ารักทั้งสองคนนี้เป็นลูกของอันโหรว? ลูกครึ่งอย่างนั้นเหรอ โหรวโหรวหาสามีฝรั่งเจอแล้วเหรอ?“หยางหยาง มีมารยาทด้วย นี่คือคุณน้าจือเซี๋ยว” อันโหรวเอื้อมมือไปคว้าตัวอันหน่วน พร