็ไม่พูดอะไรออกมาอีก
นางเดินอ้อมจ้าวเย้าไปนอกเรือน
ตั้งแต่ต้นจนจบไม่หันกลับมามองเขาอีกสักแว่บเดียว
จ้าวเย้าเงยหน้าซีดเซียวขึ้นมา มองทิศทางที่เฟ่ยเสวี่ยจากไปด้วยความหวาดหวั่น จากนั้นก็ค่อยๆ เบนสายตาไปมองคนของจวนเฟิงอวิ๋นสองสามคนนั้น ความกลัวไร้ที่สิ้นสุดปะทุอยู่ในหัวใจเขา ราวกับว่าเสี้ยววินาทีถัดมาเขาจะเป็นลมล้มพับลงไปได้ทันที
ชิงหย่วนหลับตาลง
เบื้องหน้าเขาปรากฏภาพอวิ๋นเอ๋อร์พุ่งมาขวางอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้นอีกครั้ง
ถัดมาเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายประหัตประหารแผ่พุ่งออกมา กระบี่ในมือยกขึ้นสูง สีหน้าไร้ความรู้สึกราวกับเทพสังหาร
ตามหลักแล้ว ต่อให้ชิงหย่วนฟื้นฟูพลังกลับมา ก็ไม่อาจเปรียบเทียบสูงต่ำกับจ้าวเย้าได้ หากคิดฆ่าอีกฝ่ายมิได้ง่ายปานนั้น
แต่ในที่นี่ ไม่ได้มีแค่ชิงหย่วนและหงอวี้เท่านั้น ยังมีผู้อาวุโสห้าแห่งจวนเฟิงอวิ๋นอีกด้วย
ภายใต้ความคุกคามของเทียนอวี้ผู้อาวุโสห้า ร่างกายของจ้าวเย้าไม่อาจขยับเขยื้อนได้สักน้อย ได้ตามองกระบี่แทงเข้ามาเต็มตา เลือดสดพุ่งทะลักราวกับน้ำพุ ย้อมแผ่นดินแดงฉาน…
ตุบ!
ร่างเขาล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง นอนอยู่บนธารโลหิต ดวงตาตาเบิกกว้าง ตายตาไม่