กแล้ว
ที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่คือผู้มีฌานระดับหลิงอู่ถึงสามคน
วัดการด้วยจำนวนคนก็เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้แคว้นหลิวอวิ๋นให้แพ้พ่าย!
ทันใดนั้นหัวใจของเหล่าขุนนางก็ร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม ความหวังเมื่อสักครู่หายวับไปกับตา
“หลิวอวิ๋นเซียว ทำไมท่านถึงไม่เข้าไปช่วย” เจ้ากรมอาญาหลินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หลิวอวิ๋นเซียวคนนี้เป็นขุนนางของแคว้นหลิวอวิ๋น เวลานี้แคว้นหลิวอวิ๋นกำลังมีภัย แต่เขากลับมองดูอยู่เฉยๆ
พวกคุณนางกำลังความสามารถน้อยไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรได้ แต่หลิวอวิ๋นเซียวเป็นผู้มีฌานระดับหลิงอู่ นี่เขาอยากเห็นบ้านเมืองพังพินาศไปกับตาเช่นนั้นหรือ
หลิวอวิ๋นเซียวพูดถากถาง “ทำไมข้าต้องช่วยด้วยล่ะ เพื่อเฟิงหรูชิงคนไม่เอาถ่าน ฝ่าบาทถึงกลับยอมละเลยบ้านเมือง แล้วข้าจะช่วยไปทำไมกัน”
เขาให้โอกาสเฟิงเทียนอวี้แล้ว ขอเพียงจัดการเฟิงหรูชิง และแต่งตั้งหรงเอ๋อร์ขึ้นเป็นฮองเฮา เขาจะยอมช่วยทันที
เฟิงเทียนอวี้ยอมเลือกคนเสเพลไม่เอาถ่าน แต่ไม่ยอมขอร้องให้เขาช่วย เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจะเข้าไปยุ่งทำไม
“ท่าน…” เจ้ากรมอาญาหลินโมโหหนัก
เดิมเขาคิดว่าต่อให้ภายในแคว้นหลิวอวิ๋นจะปั่นป่วนแค่ไหน อย่างน้อยเมื่อต้องต่อสู้กับแคว้นอื่นต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ แต่คิดไม่ถึงว่าหลิวอวิ๋นเซียวจะดื้อดึงขนาดนี้
ดี!
ดีมาก!
เจ้ากรมอาญาหลินเอามือลูบชุดที่ใส่แล้วลุกขึ้น “ข้ากำลังความสามารถอ่อนด้อย มีฌานเพียงระดับเจินหลิง ไม่อาจต่อสู้