มารถ”แม่ทัพน่าหลานยิ้มเย็นเมื่อครู่พวกเจ้ายังอวดเก่งตะโกนบีบบับคับฝ่าบาทอยู่เลยเป็นอะไรไป? ตอนนี้พอเห็นถานหลินถูกลากออกไป แต่ละคนก็ขวัญเสียเสียแล้ว? หากมีปณิธานแรงกล้าจริงลาออกไปตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือไม่มีใครรั้งพวกเจ้าไว้นี่หลีซั่งซูหน้าแข็งทื่อเกือบจะรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ไม่อยู่มุมปากกระตุกหลายครั้งจนถึงตอนนี้บรรดาขุนนางทั้งหลายถึงได้รู้แล้วว่า เฟิงหรูชิงคนนี้…ไม่ใช่องค์หญิงถุงฟาง[1]คนเดิมอีกแล้ว!“ฝ่าบาท” หลีซั่งซูหันกลับไปคุกเข่าลง เขาร้องไห้น้ำตานองโศกเศร้าเสียใจเต็มที“เป็นเพราะถานหลินบีบบังคับกระหม่อม ให้กระหม่อมช่วยเขาในท้องพระโรง กระหม่อมไม่กล้าต่อต้านไท่ฟู่ ขอฝ่าบาทอภัยให้กระหม่อมด้วย”เฟิงเทียนอวี้ลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร เหมือนมีไฟกำลังแผดเผาอยู่ในอกของเขา เจ็บปวดจนทรมาน“เจ้าไม่กล้าต่อต้านถานหลิน แต่กลับกล้าบีบบังคับข้า!” ริมฝีปากของเขาฉีกยิ้มเย็น “ออกประกาศคำสั่งข้า ถานหลินให้ร้ายองค์หญิงต่อหน้าธารกำนัลและยังนำคนก่อกบฏ นำตัวเขาไปขังคุกค่อยสอบสวนวันหลัง”“…”ก่อกบฏ?บรรดาขุนนางตะลึงงัน ตาโตอ้าปากค้างถานหลินแค่เพียงต้องการให้ฝ่าบาทลงโทษองค์หญิง เหตุใดจึงกลายเป็นก่อกบฏได้?แต่ว่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ครั้งนี้ตำแหน่งไท่ฟู่ของถานหลินเกรงว่าจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว…“ส่วนคนอื่นๆ…” สายตานิ่งเรียบของเฟิงเทียนอวี้กวาดมองทุกคนในท้องพระโรง เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน “ในเมื่อพวกท่านรู้สึกว่าข