่านต้องการพบข้าใช่หรือไม่ ตอนนี้ข้ามาแล้ว? ท่านมีอะไรก็พูดออกมาได้เลย ไม่จำเป็นไปรบกวนเสด็จพ่อของข้า”
มือของนางเท้าที่แก้มไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราดเหมือนคราแรก เพียงแต่ใช้สายตาเย็นชา ยโสโอหังเหล่มองถานหลิน
ถานหลินหน้าเขียว เขามั่นใจว่าเฟิงหรูชิงไม่กล้าลงมือกับเขาในท้องพระโรง ฉีกยิ้มเย็นตอบกลับ “องค์หญิง ขอทูลถามซวงเอ๋อร์นางทำอะไรผิด องค์หญิงท่านถึงได้ลงโทษนางเยี่ยงนี้?”
“นางทำผิดแน่นอนข้าแค่ไปเดินเล่นที่ร้านยาวิเศษ นางกลับใส่ร้ายข้าหาว่าข้าไปเพราะต้องการหาเรื่องนาง เสด็จพ่อพระองค์ว่ามีคนใส่ร้ายหม่อมฉันเช่นนี้นางสมควรถูกโบยหรือไม่?”
เฟิงเทียนอวี้เหลือบมองถานหลินที่อยู่ด้านล่าง “ชิงเอ๋อร์เป็นองค์หญิงของแคว้น ใส่ร้ายนาง ถือว่าไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ไม่เห็นกฎอยู่ในสายตาย่อมสมควรถูกโบย! ชิงเอ๋อร์ไม่ได้ทำอันใดผิด”
ลมหายใจถานหลินหยุดชะงักกัดฟันเอ่ยต่อ
“องค์หญิงกล่าวแต่ไม่มีหลักฐาน จะรู้ได้อย่างไรว่าองค์หญิงมิได้เป็นผู้หาเรื่องก่อน?”
เฟิงหรูชิงหัวเราะขึ้นทันที
“ท่านไปถามที่หอแห่งแรกก็ได้ ดูสิว่าข้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือนางเป็นคนมาหาเรื่องข้า? นอกจากนี้ กั๋วซือก็อยู่ในเหตุการณ์ หากไท่ฟู่ไม่เชื่อ ให้กั๋วซือมายืนยันก็ย่อมได้”
ถานหลินตะลึงตาค้าง
กั๋วซือก็อยู่ในร้านยาวิเศษ? เหตุใดก่อนหน้านี้คนส่งข่าวไม่พูดถึงเรื่องนี้?
“ถึงอย่างนั้น องค์หญิงก็ไม่ควรโบยนางสามร้อยไม้!” ถานหลินกัดฟันกรอดเอ่ยต่อ
รอยยิ้มข