เป็นไปไม่ได้! เจ้าทำลายพลังอาณาเขตของข้าได้เยี่ยงไร!” เจ้ายุทธ์วิบัติตะโกนด้วยความหวาดกลัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังของเจียงฉางเซิง พลังของเขาไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย ทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้ ที่สำคัญที่สุดคือเพิ่งจะผ่านไปนานเท่าใดกัน เมื่อครู่เขายังไม่เห็นมรรคาจารย์อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
แกร๊ก!
เจียงฉางเซิงหักคอเจ้ายุทธ์วิบัติ ดวงตายักษ์ทั่วท้องฟ้าก็สลายไปตามกัน ฟ้าดินก็ไม่สว่างหรือมืดสลับกันอีก
อาณาเขตที่เรียกกันนี้ มีเพียงผู้ที่อยู่ภายในจึงจะสามารถรับรู้ได้ เจียงฉางเซิงรู้สึกสนใจพลังของเจ้ายุทธ์วิบัติอยู่ไม่น้อย รู้สึกมีความแปลกใหม่ แต่พออีกฝ่ายกล้าลงมือกับศิษย์ของเขา เช่นนั้นแล้วเขาย่อมไม่ไว้ชีวิต
ฝ่ามือขวาของเขาจุดเพลิงบริสุทธิ์แห่งสมาธิขึ้นมาเผาไหม้ร่างกายของเจ้ายุทธ์วิบัติไป ทันใดนั้นเอง ร่างของเจ้ายุทธ์วิบัติกลับกลายเป็นสายเลือดแล้วไหลพรากลงมา
เจียงฉางเซิงเงยหน้าขึ้นไป มองเห็นเพียงในความมืดของสุญญตา ปรากฏดวงตาสี่ดวงของเจ้ายุทธ์วิบัติ เห็นได้ชัดว่าเป็นแววตาหวาดกลัว โกรธแค้น และเกลียดชัง ดวงตาทั้งสีกระจายออกกลายเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นก็กลับมาซ้อนทับกันอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อย ๆ ลดจำนวนลง
เจียงฉางเซิงไม่อาจแยกแยะกลิ่นอายของเจ้ายุทธ์วิบัติได้ พูดให้ชัดก็คือ เจ้ายุทธ์วิบัติได้หนีไปแล้ว เหลือเพียงภาพลวงตาเช่นนี้เอาไว้
ช่างน่าเสียดาย หากมีระฆังศักดิ์สิทธิ์ตริวิสุทธิ์ เขาคงจะห