“รีบไปบอกพวกท่านแม่ทัพว่าไต้เอ๋อร์กลับมาแล้ว” น่าหลานฮูหยินแววตาไม่สดใส “อีกอย่าง เรื่องที่องค์หญิงมาที่นี่ ห้ามบอกให้พวกท่านแม่ทัพรู้”
เฟิงหรูชิงทำให้ท่านแม่ทัพผิดหวังเสียใจมานานแล้ว หากตอนนี้พูดถึงชื่อนาง เขาก็จะเสียความรู้สึกตามไปด้วย ดังนั้น น่าหลานฮูหยินไม่อยากบอกเรื่องที่เฟิงหรูชิงมาที่จวนให้ท่านแม่ทัพรู้
ท่านแม่ทัพเฒ่าสุขภาพกายใจพังยับเยินไปแล้วหนึ่งคน จะให้ท่านแม่ทัพเป็นไปอีกคนด้วยไม่ได้
“ขอรับ ฮูหยิน”
ทหารอารักขาประสานมือทำท่าคำนับ
…
เนื่องจากไต้เอ๋อร์กลับมาที่จวนในเวลาไม่นาน เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพจึงไม่ได้สร้างความปั่นป่วนอะไรให้คนในเมืองหลวงของแคว้นหลิวอวิ๋นนัก
แต่ทหารอารักขาในจวนแม่ทัพเพิ่มกำลังพลจำนวนมาก แม้แต่ประตูท้ายจวนยังมียามเฝ้ามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ไต้เอ๋อร์หนีออกไปเดินเล่นนอกจวนอีก
รุ่งเช้า
น่าหลานฉางเฉียนเปิดประตูแล้วเดินออกมาจากห้องหนังสือ เขาดูเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ท่าทางเหนื่อยล้าอย่างมาก
ที่ไกลออกไป น่าหลานฉางเฉียนมองเห็นร่างเล็กๆ น่ารักกำลังเดินตรงมาหาเขา
เมื่อเห็นน่าหลานไต้เอ๋อร์ สีหน้าอันเหนื่อยล้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น “ไต้เอ๋อร์ ลูกมีอะไรหรือ”
“ท่านพ่อ” รอยยิ้มของไต้เอ๋อร์ช่างแสนบริสุทธิ์ น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยน “ไต้เอ๋อร์คิดถึงท่านพ่อ เลยเอาผลไม้มาให้ท่านพ่อกินเจ้าคะ”