ชิงเอ๋อร์เพิ่งออกจากวังหลวงไปไม่นาน ยังมีคนคิดลอบสังหารนาง! ถ้าหาตัวนักฆ่าไม่ได้ จะไม่ทำให้ผู้คนทั้งหลายคิดหรือว่าลูกสาวของเขาใครคิดรังแกก็ได้
“แล้วอีกอย่าง” เฟิงเทียนอวี้หรี่ตา ประกายแววตาไม่สบอารมณ์เผยออกมา “ที่เฟิงหรูซวงแอบอ้างบัญชาของข้า ข่มขู่โรงค้าสัตว์ จงให้นางกักตัวอยู่ในวังเพื่อสำนึกผิดและที่สำคัญ ห้ามนางเข้าใกล้จวนองค์หญิงเกินกว่าสามเมตร”
ความจริงเฟิงเทียนอวี้รู้ดีว่าหรงกุ้ยเฟยไม่กล้าก่อกบฏ แต่ว่าชิงเอ๋อร์อุตส่าห์เปลี่ยนแปลงตัวเอง จะปล่อยให้นางถูกแม่ลูกคู่นั้นพาเสียคนอีกไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงทำไปตามน้ำกับคำพูดของเฟิงหรูชิง พร้อมกันนั้นก็ได้โอกาสกักบริเวณเฟิงหรูซวงในวังหลวงชั่วคราว ไม่ให้นางออกไปก่อเรื่องข้างนอก
“รับด้วยเกล้า พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
องครักษ์ถวายความเคารพ รับบัญชาแล้วถอยออกไป แต่พอองครักษ์ถอยไปจนถึงประตู เสียงของ เฟิงเทียนอวี้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ช้าก่อน เจ้าจงส่งยอดฝีมือจำนวนหนึ่งไปคุ้มกันชิงเอ๋อร์ จำไว้ว่าอย่าทำให้นางรู้เป็นอันขาด ชิงเอ๋อร์ไม่ชอบให้มีคนเยอะๆ คอยตามนาง”
สมัยก่อน ทุกครั้งที่ชิงเอ๋อร์กับเฟิงหรูซวงออกไปข้างนอก เขาจะให้คนติดตามนางไปด้วย ทุกครั้งนางจะโมโหฟาดงวงฟาดงา ต่อมาภายหลัง เขาส่งคนติดตามแบบลับๆ เท่านั้น ไม่กล้าให้ติดตามไปแบบโจ่งแจ้ง