“ฮึ!” เฟิงเทียนอวี้ส่งเสียงอย่างเย็นชา “ให้พวกเขาสองคนคุกเข่าต่อไปเถอะ! คุกเข่าจนกว่าชิงเอ๋อร์จะยอมให้อภัยพวกเขา!”
ถ้าไม่เป็นเพราะสองคนนี้ ชิงเอ๋อร์คงไม่ต้องเกือบจะจากเขาไปแบบนี้ เขาไม่สั่งการให้ประหารไปเสียแต่แรก ก็นับว่าเห็นแก่หน้าของเสนาบดีกับไท่ฟู่แล้ว ตอนนี้ปล่อยให้พวกเขาคุกเข่าไปจนกว่าชิงเอ๋อร์จะยอมอภัยก็แค่นั้นเอง
โชคดีที่บัดนี้ชิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว ไม่อย่างนั้น ต่อให้พวกเขาคุกเข่าไปจนถึงกาลฟ้าดินแตกสลาย ฮ่องเต้คงไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่
“เสด็จพ่อ” เฟิงหรูชิงตกตะลึงแล้วถามต่อไปว่า “หลิ่วอวี้เฉินกับถานซวงซวงมาแล้วใช่หรือไม่เพคะ”
“ชิงเอ๋อร์ หลิ่วอวี้เฉินทำตามอำเภอใจกับเจ้าเกินไปแล้ว ต่อให้ต้องคุกเข่าหลายวันหลายคืน ก็เป็นเพราะเขาหาเรื่องเอง เจ้าไม่ต้องไปสงสาร”
เฟิงเทียนอวี้หมวดคิ้วเบาๆ เขากลัวว่าเฟิงหรูชิงจะใจอ่อน จึงพูดโน้มน้าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชิงเอ๋อร์เป็นลูกสาวที่เขารักที่สุด เขาจึงยกชิงเอ๋อร์ให้กับหลิ่วอวี้เฉิน แต่ดูซิว่าหลิวอวี้เฉินทำอะไรกับนางไว้ ไม่เพียงแต่ปล่อยให้นางเฝ้าเรือนหออยู่เพียงลำพัง ทั้งยังบีบให้ลูกสาวสุดที่รักของฮ่องเต้ต้องตายด้วยท่าทีเย็นชา