แต่จะทำอย่างไร เมื่อใบหน้านี้ไม่ได้ทำให้เฟิงเทียนอวี้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงปลอบประโลมเฟิงหรูชิงต่อไปโดยไม่สนสิ่งใด
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าเพิ่งฟื้น พ่อกลัวว่าหรงกุ้ยเฟยจะให้เจ้ากินของมันๆ พวกนั้นอีก ดังนั้นช่วงนี้ พ่อจะไม่ให้นางมาหาเจ้าอีก ดีหรือไม่”
ทันใดนั้น สายตาอันลนลานของหลิวหรงก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เฟิงหรูชิง นางกัดเม้มริมฝีปากแน่น แววตาแสดงออกถึงความกังวล
ท่ามกลางแววตาอันวิตกของหลิวหรง เฟิงหรูชิงยิ้มออกมาอย่างกะทันหัน เสียงของนางแหบแห้ง มีเพียงคำๆ เดียวที่ดังออกมาจากลำคอ “ดีเพคะ”
เฟิงหรูชิงในสมัยก่อนนั้นแสนโง่เง่า เพื่อหรงกุ้ยเฟยผู้นี้ นางทำให้ผู้คนมากมายต้องผิดหวัง แม้แต่บรรดาญาติทางฝั่งน่าหลานฮองเฮาก็ถูกนางทำลายความรู้สึกเสียยับเยิน
เฟิงหรูชิงในตอนนี้ จะยอมให้หรงกุ้ยเฟยเล่นงานจนหัวปั่นต่อไปได้อย่างไร
เสด็จพ่อไม่อนุญาตให้หรงกุ้ยเฟยมาเยี่ยมนางตรงกับที่นางต้องการพอดี เพราะนางเองก็ไม่อยากให้วันๆ มีแต่คนมารบกวน
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ขณะนั้น องครักษ์นายหนึ่งเดินเข้าประตูมาอย่างรีบร้อน นั่งท่าคุกเข่าข้างเดียวด้วยท่าทีเคารพยิ่ง
“มีเรื่องอะไร” เฟิงเทียนอวี้ปราดตามองด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วเอ่ยถาม
“ทูลฝ่าบาท คุณชายหลิ่วกับคุณหนูถานมาคุกเข่าอยู่ที่ห้องทรงพระอักษรได้หนึ่งชั่วยามแล้วพ่ะย่ะค่ะ”