ธรรมเนียมแย่ๆ เช่นนี้ คงต้องแก้ที่ต้นตอแรกเริ่ม
เฟิ่งซานที่นั่งด้านข้างชะงักงัน
พี่เก้าของเขาคงไม่ได้คิดจะเริ่มปฏิวัติวงการบันเทิงหรอกใช่ไหม
“ฉันรู้ค่ะ” ซือฝูชิงกล่าว “แค่รู้สึกว่าไม่มีอะไรจำเป็น คนบริสุทธิ์ยังไงก็คือคนบริสุทธิ์อยู่วันยังค่ำ”
“ฉันเคยบอกแล้วไง” อวี้ซีเหิงหันไปสบตาเธอแล้วถอนหายใจเสียงเบา “ฉันไม่อยากเห็นใครต้องถูกทำลาย รวมถึงอารมณ์และจิตใจ”
ซือฝูชิงชะงักไปอีกครั้ง
เจ้านายของเธอเคยเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อะไรมาก่อนหรือเปล่า
“โอเค ได้ค่ะๆ” เธอเท้าคางพลางหรี่ดวงตาจิ้งจอก “ทีมทนายพวกนี้ฉันน้อมรับ ถ้าเจ้านายมีเรื่องอะไรก็อย่าได้เกรงใจฉันนะ”
อวี้ซีเหิงขยับคิ้วเล็กน้อย ดูไม่ออกว่าอารมณ์ดีหรือร้าย “ต้องแบบใดถึงเรียกว่าไม่เกรงใจ”
ซือฝูชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมเจ้านายถึงชอบขึงตาใส่อยู่เรื่อยเลย”
อวี้ซีเหิงเปลี่ยนเป็นยกยิ้ม “ไม่ใช่ขึงตา ฉันแค่ครุ่นคิดคำพูดของเธอต่างหาก”
“เจ้านายแก่แล้วคงคุยด้วยไม่รู้เรื่อง” ซือฝูชิงเบือนหน้าหนี “พวกเราความคิดคนละวัยกัน”
อวี้ซีเหิงค่อยๆ จิบชา
สาวน้อยโกรธเข้าแล้วจริงๆ
เฟิ่งซานถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “คุณซือ แล้วทางฝั่งตระกูลเผยเป็นไงบ้าง”
“งั่ม” ซือฝูชิงก