นะ” หลีจิ่งเฉินขมวดคิ้วมุ่น “ผมรู้ว่าคุณกับเมนเทอร์หลินมีความขัดแย้งกัน แต่อย่าทะเลาะกันตอนนี้ได้ไหม”
ซือฝูชิงยังคงเผยสีหน้าสบายๆ และไม่สนใจใครๆ ทั้งสิ้น จากนั้นนิ้วเรียวก็กำกระดาษยันต์แผ่นหนึ่งในกระเป๋าไว้
กระดาษยันต์ใบนี้ค่อยๆ มอดไหม้จากมุมที่ไม่มีใครเห็น
โปรดิวเซอร์ที่นั่งอยู่บนรถตามถ่ายอยู่ด้านหลังก็เข้าสู่ห้วงความเงียบ
ผ่านไปไม่นานถึงเปิดปากเอ่ยเสียงงึมงำ “พวกเราเป็นรายการเฟ้นหาบอยแบนด์จริงๆ ใช่ไหม”
โจทย์คณิตยังพอว่า ทำไมถึงมีเรื่องขอฝนมาเกี่ยวด้วยแล้วล่ะ
ถ้าออนแอร์ออกไปจะไม่โดนครหาว่าสร้างความงมงายเหรอ
“ใช่…ใช่สิครับ” รองผู้กำกับพยักหน้าอย่างแรง “ต้องเป็นรายการเฟ้นหาบอยแบนด์อยู่แล้ว เมื่อกี้พวกเด็กฝึกเองก็ร้องเพลงเต้นรำอยู่ไม่ใช่เหรอ”
โปรดิวเซอร์เงียบไป
ทางฝั่งเด็กฝึกปกติ แต่ทางทีมเมนเทอร์กลับประหลาดเกินไปแล้ว
“เอาละ ไม่ต้องพูดแล้ว มาถึงขั้นนี้แล้วจะทำอะไรได้” ผู้กำกับไร้หนทางจะทำอะไรได้จึงเริ่มปล่อยเลยตามเลย “ทีมกล้องเตรียมพร้อม กล้องที่หนึ่งกับกล้องที่สามเล็งไปที่ท้องฟ้า”
วันนี้เป็นวันดีที่ไม่มีเมฆเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ตั้งใจเลือกออกมาถ่ายนอกสถานที่ในวันนี้
บนฟ้าไม่มีเมฆสักก้อน