ไว้ พร้อมกับพยายามลอบมองขึ้นไป
“ไม่ต้องมองแล้ว นี่หน้าจริง” ซือฝูชิงมองลงมาที่เขา “ฉันสามารถเตือนนายล่วงหน้าได้เลยว่า ถ้านายยังเงยหน้าขึ้นอีก คอนายจะหักแน่”
พอสวี่ซีอวิ๋นได้ยินอย่างนั้น เขาก็คงท่าไว้ไม่ได้แล้วล้มลงกับพื้นทันที
ซือฝูชิงเลิกคิ้วก่อนจะก้มตัวลงมา “หนุ่มน้อย ความอดทนของนายไม่ไหวเลยจริงๆ”
“คุณไม่ใช่เมนเทอร์ซือ! เมนเทอร์ซือไม่ได้หน้าตาดีขนาดนี้” สวี่ซีอวิ๋นกุมหัวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “โลกทัศน์ของผมพังทลายแล้ว!”
เขาอุตส่าห์เตรียมตัวแล้วว่าวันนี้จะปลอบใจซือฝูชิงอย่างไรดี เผื่อว่าถ้าเขาประจบสอพลอเธอได้ดีพอ ก็จะได้ลดจำนวนระยะทางที่ต้องวิ่งลงไปสักหน่อย
แต่!
มันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง?
สวี่ซีอวิ๋นรู้สึกสิ้นหวังมาก
“เยี่ยมมาก นายมีโลกทัศน์ด้วย” ซือฝูชิงปรบมือให้เขา “ฉันนึกว่านายจะมีแต่แสงสว่างกับความยุติธรรมซะอีก”
สวี่ซีอวิ๋น “…”
โลกนี้ไม่เป็นมิตรกับเขามากเกินไปแล้ว
“พอเถอะ ฝึกต่อไปนะ ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย” ซือฝูชิงหันไปเห็นสืออวี่ที่ยังตะลึงงันอยู่ “นายหน้าแดงแล้ว ไปล้างหน้าไป”
สืออวี่ได้สติคืนมาทันที เขารีบก้มหน้าลง “ขอโทษครับเมนเทอร์ซือ ผมๆๆ…”
เขารู้สึกละอายใจจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้น