“…”
บรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความสงบ
หลินชิงเหยียนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันแข็งทื่อพลางมองหน้าราวกับไม่อยากเชื่อมู่ชิงเมิ่งสักเท่าไร
คนอายุสามสิบกว่าปีอย่างหลีจิ่งเฉินก็ถือว่าเป็นผู้อาวุโสในวงการบันเทิงแล้ว เขายังมาสนใจว่าผู้หญิงคนนี้เรียกให้เกียรติเขาหรือเปล่าด้วยงั้นเหรอ
มู่ชิงเมิ่งชะงักไป
เธอมองหลีจิ่งเฉินครู่หนึ่งก่อนฉีกยิ้มอย่างมีมารยาท “ขอโทษด้วยนะคะ คนนี้คือ?”
ชั่ววินาทีนั้นในหัวของหลีจิ่งเฉินพลันว่างเปล่า แต่ไม่นานเขาก็กลับมาปกติเหมือนเดิม
เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยแต่ยังพูดอย่างเคารพ “โชคดีที่มีโอกาสเคยเจอผู้อาวุโสมู่ที่เมืองซื่อจิ่วมาก่อน ผู้อาวุโสมู่คงจำผมไม่ได้”
“งั้นเหรอคะ” มู่ชิงเมิ่งพยักหน้า “ฉันไม่ค่อยปรากฏตัวในที่สาธารณะเท่าไร ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะจำฉันได้ด้วย”
หลีจิ่งเฉินรู้ดีว่ามู่ชิงเมิ่งไม่ค่อยชอบปรากฏตัวในที่สาธารณะ “ก่อนหน้านี้เสียมารยาทใส่ผู้อาวุโสมู่แล้ว คุณอย่าถือสาเลยนะครับ”
“ฉันว่างๆ เลยอยากออกมาเดินเล่น” มู่ชิงเมิ่งพูดต่อ “โชคดีที่เจอคุณซือเข้าพอดี ฉันถึงเข้ามาได้”
ซือฝูชิงเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมกับมู่ชิงเมิ่งแม้แต่น้อย “ผู้อาวุโสมู่เกรงใจเกินไปแล้ว”
“เอาเถอะ เธอไปจัดการธุร