เฟิงอวี้ตื่นเต้นเป็นที่สุด เขาไม่รีบร้อนกลับไปเล่าให้น้องชายกับน้องสาวฟัง แต่ยืนดื่มด่ำอยู่ที่เดิมเป็นเวลาสองชั่วยามเต็มๆ กระทั่งรัตติกาลมาเยือน เขาจึงพรูลมหายใจอย่างโล่งอก
ช่างเป็นโชควาสนาครั้งใหญ่จริงๆ!
กายเนื้อของเขาดูดซับปราณวิญญาณยุทธ์เข้ามาหล่อหลอมร่างกายได้เอง อีกทั้งคุณสมบัตินี้ยังทำงานอยู่ตลอดเวลา จนตอนนี้มันก็ยังไม่ลดประสิทธิภาพลงเลย
ความฮึกเหิมลุกโชติช่วงในหัวใจ เขาลุกขึ้นมุ่งไปยังผืนป่าที่อยู่ไกลออกไปทันที
เมื่อกลับไปถึงเรือนที่พวกเขาสร้าง ตอนแรกเฟิงอวี้ก็คิดว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้น้องๆ ฟัง แต่พอเขาเห็นน้องชายน้องสาวที่นั่งล้อมวงอยู่หน้ากองไฟ คำพูดก็ถูกหยุดไว้ที่ริมฝีปาก
เขายังไม่รู้ความเป็นมาของโชควาสนาหนนี้ชัดเจน แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะคงอยู่อีกนานเท่าใด เขาจะลากน้องชายน้องสาวมาเสี่ยงอันตรายกับสิ่งที่ยังเป็นปริศนาไม่ได้
‘ข้าต้องใช้ประโยชน์จากพลังนี้ แล้วแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ในเร็ววัน’
เฟิงอวี้คิดอยู่เงียบๆ แววตาของเขาทอประกายแน่วแน่
ไม่ว่าผู้ใดก็ขวางเขาไม่ให้แข็งแกร่งขึ้นไม่ได้ เขาจะต้องล้างแค้น แล้วเขาก็จะต้องปกป้องน้องชายน้องสาวทั้งหลาย
“ไม่ว่าผู้ใดที่ประทานพลังนี้ให้แก่ข้า หากมันทำ