หนึ่ง ชิงชิงสะเทือนใจจนบ้าไปแล้ว”
อวี้ซีเหิงไม่พูดให้มากความแต่กลับแฝงไปด้วยพลัง “หนึ่งนาที”
อวี้ถังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง “อาเก้าเชื่อฉันนะ!”
อวี้ซีเหิงเลิกคิ้ว
เขายกชาขึ้น ไอควันร้อนพวยพุ่งพาดผ่านดวงตาที่กำลังครุ่นคิดของเขา
เขาเข้าใจนิสัยของอวี้ถังดี ถึงแม้จะขี้โวยวายไปบ้าง แต่หากเผชิญกับเรื่องใดไม่มีทางพูดโกหกแน่นอน
จากคำบรรยายที่ว่ามา อวี้ซีเหิงนึกถึงเพียงสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้น
ปี่เซียะ
สัตว์มงคลศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มาปรากฏตัวในเมืองหลินได้อย่างไร
อวี้ซีเหิงขานรับทีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีทั้งความอ่อนโยนและโมโห “กลับมาก่อนสามทุ่ม”
“อาเก้าวางใจได้เลย!” อวี้ถังตะโกนโพล่งขึ้นมา “ฉันจะพาชิงชิงกลับไปหาอา แล้วให้อาซ่อนตัวเธอไว้ให้ดี!”
ทางฝั่งนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง
วินาทีต่อมาเขาก็เอ่ยเสียงเรียบ “เฟิ่งซาน”
อวี้ถังหงอทันที “ฮือๆ ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่พูดล้อเล่นแล้ว อาเก้าอย่าไล่ฉันไปเลยนะ”
เธอจบบทสนทนาลงอย่างอ้อนวอน ขณะเดียวกันก็หมดเวลาดูอาการแล้วพอดี
“ไปเถอะ” ซือฝูชิงอุ้มเจ้าหมาน้อยสีขาวขึ้นมาเอ่ยอย่างสุขใจ “พ่อจะพาแกไปกินปลา”
พอได้ยินประโยคนี้ เสี่ยวไป๋ก็กลอ