กตาใส่แล้วแค่นเสียงหึๆ แต่ไม่ตอบรับแต่อย่างใด
“ชิงชิง” อวี้ถังดึงเธอไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราก็ไปตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลดูหน่อยไหม”
“ฮะ?” ซือฝูชิงเห็นอวี้ถังมองศีรษะของเธอด้วยท่าทีเป็นกังวลเลยกระแอมไอเสียงเบา “อ๋อ ฉันเคยเรียนภาษาหมามาก่อน เมื่อกี้เลยคุยกับมันรู้เรื่อง”
“ภาษาหมา?” อวี้ถังดวงตาลุกวาว “ชิงชิงเก่งจัง! แล้วมันว่าไงบ้าง”
“มันบอกว่า…” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “มันบอกว่ามันทั้งโง่มาก ทั้งน่าเกลียด แถมชอบเล่นขี้โคลน มันบอกฉันว่าอย่ารังเกียจมันเลย ”
อวี้ถังเอ่ยเสียงห่อเหี่ยว “งั้นมันก็สมองไม่ค่อยดีสินะ”
เสี่ยวไป๋ร้องเสียงเอ๋งด้วยความโมโห
ซือฝูชิงใช้มือดันหัวมันลง “อย่าโวยวาย เดี๋ยวจับกินซะเลย”
เสี่ยวไป๋ “…”
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง จากนั้นพนักงานก็พาเดินเข้าไปด้านใน
ร้านอาหารร้านนี้เงียบสงบ ทุกโต๊ะจะมีฉากกั้นไว้อยู่
ซือฝูชิงจึงล้างเครื่องสำอางออกอย่างสบายใจ
เวลานี้เสี่ยวไป๋ถึงหันไปมองอย่างช้าๆ ก่อนจะร้องเสียงเอ๋งใส่หน้าซือฝูชิง
ในที่สุดก็สวยสักที
เมื่อกี้มันไม่อยากจะรู้จักเลยด้วยซ้ำ
“ทำไม” ซือฝูชิงเบือนสายตาไปมอง “แกมีปัญหากับฝีมือการแต่งหน้าของฉันเหรอ”
เสี่ยวไป๋ “…”
ไม่กล้าหรอก
มันเลียม