ียงใสกังวานดังขึ้นต่อเนื่อง ซือฝูชิงมองเข็มเงินหลายสิบเล่มที่อยู่ห่างปลายเท้าไปไม่เกินครึ่งเมตรด้วยสีหน้าตกตะลึง
ดาวกระจายเข็มเงิน!
ที่นี่มียอดฝีมือของตระกูลมั่วด้วยเหรอ
สีหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง เธอเดินขึ้นหน้าไปอีกก้าว พอเดินอ้อมพุ่มไม้ไปก็เจอชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดคนหนึ่ง
ด้านหลังของเขายังมีชายอีกคนหนึ่ง
หากจะพูดให้ถูกก็คือชายอีกคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์
ชายหนุ่มบนรถเข็นพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมฟังดูน่าเกรงขามอย่างเห็นได้ชัด “เฟิ่งซาน”
เฟิ่งซานยั้งมือไว้ ทว่าไม่ได้เก็บไอสังหารที่แผ่อยู่บนร่างแต่อย่างใด สายตาดูไม่ค่อยชอบใจนัก “พี่เก้า!”
อวี้ซีเหิงมุ่นคิ้วเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้น
หญิงสาวยังคงยืนอยู่ใต้ต้นหลิว
แสงอาทิตย์รำไรสาดส่องทะลุผ่านกิ่งไม้กระทบลงบนร่างเธอ ราวกับภาพในห้วงความฝัน
เธอกวาดตามองเขาด้วยท่าทีประหลาดใจ แต่นัยน์ตากลับปรากฏเงาต้นไม้หลากสี ภาพตรงหน้าพร่าเลือนราวกับอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์
สองดวงตาที่น่าลุ่มหลงคู่นั้น
เขาเพิ่งเห็นดวงตาคู่นี้เมื่อคืนวันก่อน
ซือฝูชิงเองก็จำได้ตั้งแต่แวบแรก เขาคือผู้ชายที่เธอเผลอแต๊ะอั๋งวันนั้น
ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะหนีไปได้ ทำไม