วันนี้ถึงเจอกันโต้งๆ แบบนี้ได้นะ
แต่ต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้ผิวพรรณดีมาก
ตอนแรกเธอคิดว่าอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่ของเธอหล่อเหลาเหนือใครแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าบนโลกนี้จะมีคนที่เหนือกว่านั้นอยู่อีก
เหมือนเขามีเสน่ห์ดึงดูดขั้นสูงบางอย่างที่ชวนให้ใครต่อใครต่างยอมตายเพื่อเขาได้เลย
เขานั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมแผ่กลิ่นอายความแกร่งกล้าปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ
ไม่ใช่การข่มคนแต่อย่างใด ทว่าเป็นความเมตตาที่มีต่อสรรพสิ่งมากกว่า
ซือฝูชิงจับจ้องเขาพลางคิดในใจ ตอนนั้นเธอหันข้างให้เขา แถมวิ่งหนีอย่างเร็วอีกต่างหาก ไม่แน่เขาอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ
พอคิดถึงตรงนี้ ดวงตาพร้อมคิ้วงามก็แฝงไปด้วยรอยยิ้ม พูดขึ้นด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ขอโทษด้วย ไม่ได้เจตนามารบกวน ฉันแค่มาสมัครงานแต่ตอนนี้ดันเดินหลงทางซะได้ ขอถามหน่อยว่าต้องไปทางไหนเหรอคะ”
“ออกไปทางนี้เลี้ยวซ้ายแล้วค่อยเลี้ยวขวา” อวี้ซีเหิงหันไปสบตาเธอ เอ่ยเสียงนุ่ม “พอเลี้ยวผ่านโค้งที่สามไปก็ถึงแล้ว”
เสียงของเขาเหมือนกับคนคนนี้ไม่ต่างกัน เสียงใสน่าฟัง แถมยังแฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม
ซือฝูชิงอดใช้มือแตะใบหูไม่ได้ “อย่างนั้นเหรอ ขอบคุณนะคะ”
พอเธอเลื่อนสายตามาก็เห็นขาทั้งสองข้างของเขา