ว่าขาของอวี้ซีเหิงมีปัญหามาตั้งแต่เด็กจำเป็นต้องนั่งเก้าอี้วีลแชร์ไปไหนมาไหน
แต่ที่นี่ไม่ใช่เมืองซื่อจิ่ว คนที่รู้จักอวี้ซีเหิงจึงแทบไม่มี ฉะนั้นจะมีใครจงใจพุ่งเป้าไปที่ขาของเขาบ้าง
อวี้ซีเหิงขยับร่างอันสูงใหญ่ไม่ไหวเลยปัดรอยยับบนกางเกงอย่างเบามือ “ไม่เป็นอะไร แรงกดไม่ได้มากนัก”
ทันใดนั้นเขาก็ใช้นิ้วเคาะกลางฝ่ามือเบาๆ ด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายใดๆ ตามปกติ “สัมผัสมือดีไม่น้อย”
เสิ่นซิงอวิ๋น “???”
สัมผัสมือตรงไหนกัน
เขารู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาชายคนนี้ก็เป็นคนที่คาดเดายาก มองท่าทีไม่ออกอยู่แล้ว
เสิ่นซิงอวิ๋นทำได้แค่พูดขึ้นว่า “ฉันช่วยนัดคนให้แล้ว ทางนั้นวางเงื่อนไขว่าขอให้นายไปด้วยตัวเอง ระวังตัวด้วยละ”
อวี้ซีเหิงพยักหน้าเบาๆ แล้วปิดตาพักผ่อนใหม่อีกครั้ง แต่ยังเปล่งเสียงเรียบออกจากลำคอ “ลำบากแล้ว”
เสิ่นซิงอวิ๋นส่ายศีรษะพร้อมรอยยิ้ม “เพราะอยู่กับนายมานาเลยทำให้ฉันเข้าใจคำพูดโบราณขึ้นมาก แต่คนอื่นฟังนายพูดจาแบบนี้คงเหนื่อยน่าดู”
สายตาของเขาเลื่อนมาจับจ้องที่ขาทั้งสองข้างพลันถอนหายใจเสียงเบา
เขาเจอผู้คนมามากมาย เขาแวะเวียนไปมาหาสู่กับเหล่าลูกหลานเศรษฐีในซื่อจิ่วบ่อยครั้ง ทั้งคุณชายคุ