้วเปลี่ยนไปฟูมฟักทายาทคนอื่นแทน กระทั่งไล่เขาออกมาใช้ชีวิตเอง
คนพิการคนหนึ่งจะมีสิทธิ์สืบทอดตระกูลอวี้ได้อย่างไร
อวี้ซีเหิงกลับไม่สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด ราวกับเรื่องเหล่านี้ไม่สะเทือนความรู้สึกเขาเลย
แต่เสิ่นซิงอวิ๋นไม่อยากยอมแพ้ หลายวันก่อนเขาติดต่อหมอผีทางหนานโจวในต้าซย่าได้
ถึงแม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องหอบความหวังมาลองดูสักตั้งอยู่ดี
หากแม้แต่หมอผีของหนานโจวยังจนปัญญา ขาทั้งสองข้างของอวี้ซีเหิงคงหมดหนทางรักษาแล้วจริงๆ
เสิ่นซิงอวิ๋นขมวดคิ้ว “สือเหยี่ยน เมื่อวานนายไปไหนมา ทำไมฉันถึงเห็นรอยเหมือนโดนเล็บข่วนบนแขนของนายเลยล่ะ”
ถึงแม้เมืองหลินจะอยู่ไกลจากเมืองซื่อจิ่วมาก แต่ก็ใช่จะรับประกันได้ว่าไม่มีใครตามมาที่นี่
ปกติอวี้ซีเหิงใช้เก้าอี้วีลแชร์ไปไหนมาไหนจึงไม่ค่อยสะดวกนัก
ทันทีที่ถูกใครพุ่งเป้าใส่ ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้
“เจอหมาจิ้งจอกตัวหนึ่ง” อวี้ซิงเหิงเอ่ยเสียงเรียบ “พุ่งเข้ามาทำร้าย”
“หมาจิ้งจอก” เสิ่นซิงอวิ๋นผงะไป “เมืองหลินมีหมาจิ้งจอกด้วยเหรอ สีอะไร”
อวี้ซีเหิงเอ่ยสั้นๆ กระชับ “คงต้องดูที่อารมณ์”
ก่อนหน้านี้โหดเหี้ยมใส่เขา แต่หลังจากนั้นกลับแสร้งทำตัวเป็นเด็กดี ช่