ล้วจึงเริ่มเลาะเส้นเอ็นและกระดูก ท่วงท่านั้นชำนาญยิ่งนัก นี่เป็นผลจาก ‘ทักษะการลงทัณฑ์’ และ ‘การผ่าพิสูจน์’ ที่ได้เรียนรู้มาจากกรมปราบปีศาจ ทำให้ยามที่เขาเชือดเฉือนร่างกายของนักพรตพิการนั้นดูคล่องแคล่วและแม่นยำ กระทั่งดูแฝงไปด้วยความงามอันสยดสยอง
ความเจ็บปวดทางร่างกายไม่สามารถทรมานนักพรตพิการได้ ทว่าความอัปยศและการถูกทำลายเกียรติศักดิ์ในจิตใจ กลับทำให้เขาอับอายจนอยากจะตายไปเสียให้พ้น ๆ! ตัวตนเช่นเขาเคยต่อสู้กับเตาหลอมแห่งภัยพิบัติแล้วรอดชีวิตมาได้ ถือเป็นตัวตนระดับตำนานในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกแห่งนี้ ทว่าตอนนี้กลับต้องมาถูกลูเยี่ยกดไว้กับที่แล้วเชือดเฉือนไม่ต่างจากสุกรหรือสุนัข! ความอัปยศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นักพรตพิการไม่เคยประสบมาตลอดชีวิต
แต่เขาไร้เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนต่อต้าน คลื่นแสงหายนะที่กระหน่ำได้ผนึกพลังบำเพ็ญเต๋าทั่วทั้งร่างกายของเขา แม้แต่แรงที่จะยกนิ้วขึ้นสักนิ้วก็ยังทำไม่ได้ ทำได้เพียงเบิกตามองลูเยี่ยเชือดเฉือนเนื้อหนัง เส้นเอ็น และกระดูกของเขาออกทีละชิ้น ราวกับเป็นเพียงปศุสัตว์ตัวหนึ่ง ความรู้สึกนั้นช่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่าความตาย! และที่แย่ยิ่งกว่าคือแม้อยากตายก็ตายไม่ได้!
จิตใจของพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาปั่นป่วนไปหมด เขาตระหนักได้ว่า ที่ลูเยี่ยทำเช่นนี้ก็เพื่อแก้แค้นให้เขา ตาต่อตา ฟันต่อฟัน! ต่อให้จะดูโหดเหี้ยมหรือนองเลือดเพียงใด แต่ในสายตาของพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาแล้ว มันช่างเป็น