ดนั้นพานอวินเยว่เงยหน้าขึ้นมองลูเยียที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้หมู่เมฆทันที “ลูเยีย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลพานของข้าถึงได้มุ่งเป้าไปที่ตระกูลลูของพวกเจ้า?”
“หากอยากรู้คำตอบก็หยุดมือเสียเดี๋ยวนี้!”
คำตอบของลูเยียนั้นเรียบง่าย เขาโบกมือฟันดาบแห่งวิถีลงมาหนึ่งสาย
ตม!
ปราณดาบราวกับแถบผ้าไหมที่แฝงไปด้วยเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์ชิงซวิ สิ่งปลูกสร้างในรัศมีร้อยจั้งพังทลายกลายเป็นหน้ากลอง พานอวินเยว่หลบหนีในทันทีแต่ยังคงถูกพลังดาบอันทรงอำนาจเกินต้านทานใจหมายไว้ ทั้งร่างถูกซัดกระเด็นออกไป
ร่างกายเต็มไปด้วยรอยดาบเล็กๆ มากมาย เลือดไหลนองไม่หยุด
“ลูเยีย!!”
พานอวินเยว่ตะโกนเสียงหลงราวกับคนเสียสติ “ประมุขน้อยเฟิ่นหงจะต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่นอน ต้องไม่ปล่อยแน่!”
ครึก!
หมอกโลหิตม้วนตัวโถมเข้ามา วิญญาณนับไม่ถ้วนกางเล็บเขียวเข้าปกคลุมร่างพานอวินเยว่ไว้ทั้งหมด
“และตระกูลลูของพวกเจ้าก็ถูกกำหนดให้ถูกฝังกลบไปจากโลกนี้ด้วยเช่นกัน!!”
เสียงอันเศร้าสลดของพานอวินเยว่ก็หยุดลงทันที ผู้เป็นประมุขตระกูลพานคนนี้กลายเป็นกองกระดูกขาวบนพื้นดิน
ณ เบื้องล่างกลุ่มเมฆ ลูเยียมองด้วยสายตาที่สงบลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวทางอารมณ์แม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่มองดูอยู่อย่างนั้น มองดูตระกูลพานกลายเป็นนรกนองเลือด
ฟังเสียงโหยหวนและเสียงร้องครวญครางที่ดังขึ้นสลับกันไป
ความเกลียดชังและความโกรธที่สะสมมานานในใจ ในที่สุดก็ได้รับการระบายออกเสี