องไปทั่วฟ้าดิน
“หากมีก็จงก้าวออกมาตอนนี้ข้าจะเปิดค่ายกลผนึกวังหลวงอนุญาตให้พวกเจ้าเข้ามาให้โอกาสพวกเจ้าแก้แค้นให้ราชวงศ์เซียงได้ตามใจชอบ!”
ผู้คนต่างมองหน้ากันไปมา
ไม่มีผู้ใดกล้าตอบรับราชวงศ์เซียงพ่ายแพ้แล้วจริงๆ!
แม้แต่เวยตงเหลียงผู้เป็นบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังแปรพักตร์!
ใครกันที่เบื่อชีวิตจนกล้าออกมาในยามนี้?
“ท่านอาวุโสจีขอรบกวนท่านลงมือควบคุมตัวเซียงปอฉวิไว้ประเดี๋ยวข้ามีเรื่องจะถามเขาเสียหน่อย” ลูเยี่ยเอ่ยปาก
จิเสวียนหงตอบรับด้วยความยินดีหลายคนลอบนินทาในใจเมื่อครู่ใครกันที่บอกว่าสำนักศึกษาตาเฉียนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกับการแย่งชิงอำนาจราชวงศ์?
ไฉนสุดท้ายกลับกลายเป็นพวกเดียวกับลูเยี่ยไปเสียได้?
อีกหลายคนก็ได้แต่ทอดถอนใจที่แท้บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ไม่เพียงมีขั้นเชิงสูงกว่าผู้อื่นแต่เส้นแบ่งความละอายใจยังต่ำกว่าคนทั่วไปอีกด้วย…
“คนจากกรมปราบปิศาจอยู่ที่นี่หรือไม่?”
ลูเยี่ยเอ่ยถามอีกครั้ง
เมิงเสวียนยิ้มพร้อมกับประสานมือ “ข้าคือเมิงเสวียนมหาเสนาบดีแห่งกรมปราบปิศาจขอคุณชายลูโปรดวางใจแม่นางหลิงชิวปลอดภัยดีและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากเรื่องในวันนี้จบลงข้าจะจัดการให้นางได้พบกับท่านทันที!”
นี่แหละสุนัขจิ้งจอกเฒ่าเพียงได้ยินเสียงสายลมก็รู้ถึงทิศทางฝน
ลูเยี่ยคลายกังวลลงประสานมือตอบกลับ “ขอบคุณมาก”
ทันใดนั้นเซียโหวคุมหาเสนาบดีแห่งกรมตรวจการเสวียนจิงก็ประส