ทั่วทั้งวังหลวงประหนึ่งถูกเปลวเพลิงขนาดยักษ์แผดเผา
แสงเพลิงพุ่งทะยานเสียดฟ้าเผาให้ท้องฟ้ายามราตรีสว่างราวกับกลางวัน
นั่นคืออานุภาพของค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจือเวยที่กำลังทำงาน แสงเปลวเพลิงสว่างดังดวงอาทิตย์ส่องสว่างทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
ขันทีเฝิงใบหน้าเขียวคล้ำลงมือโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พลังลมปราณขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านไปสิบที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ
ในมือของเขาหอกยาววาดผ่านห้วงอากาศไม่หยุดยั้งทุกครั้งที่ตวัดออกจะปรากฏมหาวิถีมหาศาลราวกับคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรโจมตีหอสังเกตดวงดาวอย่างต่อเนื่อง
ส่วนคนอื่นๆ ต่างล่าถอยไปยังที่ไกลออกไปมองดูการลงมืออันเกรียวกราดของขันทีเฝิงด้วยความหวาดวิตกยิ่งนักเพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลงจนร่างแหลกสลาย
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องสิ้นหวังคือการโจมตีทั้งหมดของขันทีเฝิงถูกค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจือเวยป้องกันและสลายไปหมดสิ้น!
บนหอสังเกตดวงดาว
เบื้องหน้าของลูเยียปรากฏจานค่ายกลสี่อันลอยอยู่ตามด้วยการร่ายเคล็ดวิชาของเขาทำให้ค่ายกลสังหารทั้งหมดส่งเสียงคำรามพร้อมปลดปล่อยพลังค่ายกลอันลึกลับพิสดารออกมา
นี่คือความอัศจรรย์ของค่ายกลใหญ่
และเป็นเหตุผลที่ลูเยียต้องชิงเข้าไปควบคุมค่ายกลนี้ทันทีที่ลอบเข้ามาในวังหลวง!
“ลูเยีย เจ้าคิดจะก่อกบฏทรยศต่อแผ่นดินงั้นหรือ! ถอยไปเดี๋ยวนี้ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าสักครา!”
ขันทีเฝิงตะโกนด้วยสีหน้าดุร้ายน่ากลัว
ทรยศแผ่นดิน?
ลูเยียยิ้มเล็กน้อย แผ่น