าก็สามารถฝ่าวงล้อมของพลังค่ายกลเข้ามาได้แล้วพุ่งตรงไปที่หอสังเกตดวงดาว
“เจ้าเดรัจฉานน้อย เจ้าตายแน่!”
แววตาของขันทีเฝิงฉายแววน่าสะพรึงกลัวแทงหอกในมือไปที่ลูเยียโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ลูเยียหัวเราะขึ้นมาเขากระทืบเท้าลงเบาๆ ลงบนพื้น พลังค่ายกลรอบๆ หอสังเกตดวงดาวพุ่งทะยานราวกับกระแสน้ำหลากกลายเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนเข้าพันธนาการร่างของขันทีเฝิงไว้จนแน่นหนา ในเวลาเดียวกันดาบบินเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาพร้อมเสียงหวีดหวิว
เสียงครวญของดาบดังแผ่วเบามันแผ่ไอสังหารอำมหิตท่วมท้น กลิ่นอายแห่งการสังหารเข้มข้นสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน… ดาบพิชิตมาร!
ครั้งหนึ่งลูเยียเคยใช้ดาบเล่มนี้สังหารผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนักเชียงชิงโจวแห่งสำนักกระบี่เกาสวรรค์มาแล้วยามที่เขามีพลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณ!
แต่ทว่าตอนนั้นดาบพิชิตมารยังไม่ได้ถูกปราบให้อยู่ใต้อาณัติของลูเยียอย่างแท้จริง
แต่ตอนนี้ย่อมแตกต่างไปแล้ว
เมื่อลูเยียใช้ ‘เจตจำนงดาบชิงซวี’ กระตุ้นดาบเล่มนี้มันเหมือนน้ำมันที่ถูกเทลงบนกองเพลิง ดาบเล่มนี้พลันระเบิดพลังสังหารที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมา!
ใบดาบที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและสนิมกลับกลายเป็นร้อนแรงประหนึ่งเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน
“ไป!”
ลูเยียพึมพำในใจ
วูบ!
ดาบพิชิตมารพุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิว ใบดาบที่ทิ้งแสงสีเลือดที่เต็มไปด้วยความดุร้ายสุดขีดไว้เบื้องหลัง
ยามที่ถูกโซ่ตรวนแห่งค่ายกลพันธนาการเอาไว้ ขันทีเฝิงก็ตระหนั