อกันปฏิบัติการในครั้งนี้!”
“พะยะค่ะ!” เชียงปอฉวีรับคำสั่งแล้วรีบออกไปอย่างเร่งรีบ
“ช่างเป็นคนโง่ที่ไม่อาจใช้งานสำคัญได้เลย!”
พานหลานอวินถอนหายใจยาว กับดักสังหารที่วางไว้ทั่วเมืองนั้นเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา ต่อให้ผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนักกระบี่เกาสวรรค์จะบุกเข้ามาก็ยังรับมือได้ แต่ใครจะคิดว่าจะถูกเชียงปอฉวีถอนออกไปจนหมดสิ้น!
“กุยเฟย โปรดอย่ากังวลไปเลยพะยะค่ะ” บ่าวชราผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “กลยุทธ์และแผนการทั้งหลายล้วนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่พึ่งพาได้จริงแท้แน่นอนมีเพียงความแข็งแกร่งของพลังเท่านั้นพะยะค่ะ”
บ่าวชราผู้นี้มีใบหน้าขาวสะอาดไร้หนวดเครา สวมชุดคลุมสีเทาดูไม่โดดเด่น ผู้คนต่างเรียกเขาว่า ‘ขันทีเฝิง’
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา พานหลานอวินก็นิ่งเงียบไปอย่างครุ่นคิด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งนางก็พยักหน้าและกล่าวว่า “คำพูดของท่านผู้อาวุโสเฝิงถูกต้องยิ่งนัก เช่นนั้นความเห็นของท่านผู้อาวุโสเฝิง เหตุการณ์วันนี้ควรรับมืออย่างไร?”
ขันทีเฝิงกล่าว “หากลูเยียตาย ศพย่อมอยู่ในมือจีเสวียนหง เขาเป็นเจ้าสำนักศึกษาย่อมไม่กล้าแตกหักกับราชวงศ์เชียงโดยตรง แต่หากเขายังไม่ตาย เพื่อความลับในป้ายหยกไร้อักษรและความจริงของสงครามที่ด่านเทียนหลาง เขาก็คงจะจะต้องมาหาพวกเราเอง สิ่งที่เราต้องทำคือการนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว!”
พานหลานอวินพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
ขันทีเฝิงกล่าว “กุยเฟย ได้เวลา