เมื่อหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมาจักรพรรดิต้าเฉียนได้เสด็จออกจากวังหลวงเพื่อไปฝึกฝนอย่างสันโดษในสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
จนถึงบัดนี้ยังไร้ซึ่งข่าวคราว ในสายตาของเมิ่งเสวียนหากจักรพรรดิต้าเฉียนยังอยู่ คงไม่มีทางอนุญาตให้ราชวงศ์เชียงทำเช่นนี้อย่างแน่นอน
“นั่นเป็นเรื่องในอนาคต”
แววตาของเชียงปอฉวิฉายแววแปลกประหลาด “ท่านมหาเสนาบดีท่านควรจะรีบส่งตัวเชี่ยหลิงชิวมาให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”
เมิ่งเสวียนกล่าวเสียงเย็น “ฝันไปเถิด! ข้าอาจจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของพวกท่านแต่พวกท่านก็อย่าได้บีบคั้นข้าจนเกินไปนัก!”
กล่าวจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
“ตาแก่หัวรั้น”
เชียงปอฉวิส่ายหน้าเบาๆ “ดูท่าตำแหน่งมหาเสนาบดีแห่งกรมปราบปีศาจนี่จำเป็นต้องหาคนอื่นมานั่งแล้ว”
“เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้าง?”
น้ำเสียงนุ่มนวลและเย้ายวนของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น
เชียงปอฉวิสะดุ้งไปทั้งร่างรีบก้มศีรษะทำความเคารพพลางรายงานว่า
“ลูเยียลงมือก่อเหตุอุกอาจในเมืองหลวงแล้วสังหารปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์หลายคน ยามนี้เขามีความผิดฐานกบฏโทษประหารอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้!”
“เมื่อมีเหตุผลนี้แล้วขุมกำลังจากทุกส่วนย่อมต้องฟังคำสั่งและยอมให้เราเรียกใช้”
“ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มปฏิบัติการจับกุมเขา!”
หญิงสาวผู้งดงามเย้ายวนสวมชุดคลุมลายหงส์สีดำปรากฏตัวบนหอสังเกตการณ์ฟ้าโดยไม่รู้ว่าเมื่อใด
นางมีรูปโฉมงดงาม รูปร่างอ่อนแอและเปี่ยมไปด้วยอำน