หญ่กว่าที่แสดงในการประลองพิทักษ์แท่นประลองมากนัก
“ขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่หนึ่งหรือ? หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ถึงตายข้าก็ไม่มีวันเชื่อ…” มีบางคนถอนหายใจด้วยความตื่นตะลึง
ในชั่วขณะนี้ สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ตั้งแต่ผู้น้อยจนถึงผู้ใหญ่ต่างพากันตื่นเต้นและปลาบปลื้ม หลายคนโห่ร้องสนับสนุน แสดงความยินดีกับลู่เยี่ย
ความอึดอัดที่สะสมมาเก้าวันได้ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ในที่สุดก็ได้ล้างความอัปยศออกไปแล้ว!
ในความคิดของเวินชิวเจวี่ยและบรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้น ต่างมีความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในใจ
สวรรค์คุ้มครองสำนักกระบี่เก้าสวรรค์โดยแท้ ทำให้พวกเขาได้ขุมทรัพย์ในครั้งนี้!
“เฮ้อ”
อวินเปยเฉินถอนหายใจยาว
หลิวจินถามว่า “คุณชายเป็นอะไรไปหรือ?”
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก” อวินเปยเฉินส่ายหน้า
ในช่วงเวลานี้ ลู่เยี่ยโดดเด่นเหนือผู้ใด ทำให้เขารู้สึกถูกกระตุ้นอย่างมาก และอยากจะแสดงความสามารถบ้าง
น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสให้ได้แสดงฝีมือเลย!
ด้านนอกประตูสำนัก
ลู่เยี่ยก้าวเข้าไปข้างหน้าและประคองผูเหิงเยวให้ลุกขึ้น เขายังเก็บดาบคงเชอขึ้นมาส่งให้ผูเหิงเยวดด้วยความเป็นห่วง
“ข้าแพ้แล้ว…” ผูเหิงเยวหน้าตาเปื้อนฝุ่น จมูกช้ำหน้าบวม ดูเหมือนคนดวงตก
ลู่เยี่ยปลอบใจว่า “เจ้าสามารถพ่ายแพ้ในมือข้า แม้จะแพ้แต่ก็ยังนับว่ามีเกียรติ”
ผูเหิงเยว “…”
นี่คือคำพูดปลอบใจคนหรือ?
“นอกจากนี้ ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ นะ” ลู่เยี่ยขอบคุณด้วยความจริง