ง ๆ แล้วข่าวที่ส่งมาล้วนเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
“พูดมา! มีเรื่องบัดซบอะไรอีก!” เซียงชิงโจวหน้าเขียวคล้ำ “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะสามารถก้าวกระโดดขึ้นสวรรค์ได้ในก้าวเดียว กลายเป็นศิษย์หลักได้!”
บ่าวที่มารายงานก็เอ่ยตะกุกตะกัก “ท่านใต้เท้า ลู่เยี่ยเอาชนะผูเหิงเยวแห่งสำนักวิญญาณราชันย์ดาราได้แล้ว สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับสำนัก เจ้าสำนักได้ประกาศแล้วว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลู่เยี่ยจะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์หลักคนที่หกสิบสี่ของสำนัก…”
เซียงชิงโจวราวกับถูกฟ้าผ่าจนตะลึงงัน
ต่อให้คิดจนหัวแตก เขาก็ไม่เคยนึกว่า ผูเหิงเยวจากสำนักวิญญาณราชันย์ดาราจะกลายเป็นบันไดให้ลู่เยี่ยเหยียบย่ำขึ้นไป!
หัวใจของเซียงชิงโจวจมดิ่งลงสู่ก้นเหว แม้ว่าเขาจะมีวิธีการต่าง ๆ มากมาย แต่เขาก็ไม่กล้าใช้กับศิษย์หลักโดยง่าย ๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต่อไปในสำนัก เขาไม่มีโอกาสแก้แค้นลู่เยี่ยได้อีกแล้ว!
“ไม่คิดเลยว่า วันแรกที่เข้าสำนัก จะทำให้เขาไต่เต้าขึ้นไปถึงตำแหน่งศิษย์หลักได้” เซียงชิงโจวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
และในวันเดียวกันนั้นเอง เจ้าสำนักเวินชิวเจวี่ยได้ออกคำสั่งแจ้งให้คนในสำนักทั้งหมดทราบ
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้ถอดถอนเซียงชิงโจวจากตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนัก และให้ย้ายไปรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลที่ยอดเขาควบคุมสัตว์อสูร!”
เมื่อรับรู้ข่าวนี้ เซียงชิงโจวก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
“ให้ข้าไปเลี้ยงสัตว์เดรัจฉานรึ? เพราะเ