ศิษย์หลัก ก็จงสร้างผลงานใหญ่ก่อนแล้วค่อยพูดเถิด!”
ต่อมา มีศิษย์หลักคนอื่น ๆ ทยอยออกมา ต่างพากันตวาดลู่เยี่ยว่าไม่รู้จักประมาณตน พวกเขาล้วนเป็นคนหนุ่มด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่าทุกคนจะได้เห็นวีรกรรมต่าง ๆ ของลู่เยี่ยเมื่อครู่ก็ตาม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับเขาด้วยใจจริง
ทว่า ถึงแม้จะไม่พอใจในการกระทำของลู่เยี่ย แต่ก็ไม่มีใครโง่เขลาถึงขั้นวิจารณ์อย่างไร้สติ
ยกตัวอย่างเช่น การจะเป็นศิษย์หลักนั้นย่อมมีข้อกำหนดและเงื่อนไขมากมาย ในบรรดาเงื่อนไขเหล่านั้น ข้อที่ยากที่สุดก็คือการสร้างความดีความชอบให้กับสำนัก และจะต้องเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ที่ทุกคนในสำนักยอมรับด้วย!
จุดนี้เอง ที่ทำเอาลู่เยี่ยลำบากอย่างแท้จริง เขาเพิ่งจะมาสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ในวันนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีโอกาสสร้างผลงาน?
“ลู่เยี่ย ตอนนี้มีโอกาสให้เจ้าสร้างผลงานแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำได้หรือไม่”
อย่างไม่ทันตั้งตัว ชายในอาภรณ์สีทองที่ก้าวออกมาเป็นคนแรกก็เอ่ยขึ้น เขาจ้องมองลู่เยี่ยอย่างเย็นชา
“มีคนจากสำนักวิญญาณราชันย์ดาราคนหนึ่งได้มาขวางกั้นหน้าประตูสำนักเรามาเก้าวันแล้ว หากเจ้าสามารถเอาชนะเขาได้ นับเป็นความดีความชอบชิ้นใหญ่แน่นอน”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ทั่วทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบ เวินซิวเจวี๋ยและผู้อาวุโสในที่นั้นต่างขมวดคิ้ว
ลู่เยี่ยนึกถึงชายในชุดผ้าป่านที่ได้พบที่หน้าประตูสำนักเมื่อวันนี้
ในตอนนั้นเขาก็เริ่มคาด