เดาได้ลาง ๆ ว่าชายในชุดผ้าป่านคนนั้น เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขามาด้วยข้ออ้างของการมาคารวะ แต่แท้จริงแล้วมาทำการประลองกับสำนักกระบี่เก้าสวรรค์!
และยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีศิษย์ในขอบเขตตำหนักวิญญาณของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์คนใดที่สามารถจัดการชายในชุดผ้าป่านคนนั้นได้! มิฉะนั้น ไฉนเลยจะปล่อยให้คนผู้นั้นมาปิดกั้นอยู่ที่นั่นโดยไม่ยอมไปไหน?
เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นความอัปยศของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ดังนั้นเมื่อถูกชายในอาภรณ์สีทองพูดถึงขึ้นมา จึงทำให้บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงในทันที
เรื่องอัปยศในครอบครัวไม่ควรเผยแพร่ออกไปภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเรื่องเช่นนี้อีกด้วย?
“ท่านผู้อาวุโส หากข้าไล่คนผู้นั้นไปได้จริง จะถือว่าเป็นความดีความชอบชิ้นใหญ่หรือไม่?”
ลู่เยี่ยครุ่นคิดในใจพลางเหลือบมองไปที่เวินซิวเจวี๋ย
เวินซิวเจวี๋ยแต่เดิมไม่อยากพูดถึงเรื่องน่าอับอายเช่นนั้น แตตอนนี้กลับไมอาจเลี่ยงที่จะตอบคำถาม นางเอ่ยเสียงเบา
“คนผู้นั้นมีนามว่า ‘ผูเหิงเยว่’ เป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งในขอบเขตตำหนักวิญญาณของสำนักวิญญาณราชันย์ดารา ในหมู่คนรุ่นเยาว์ของเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียนเขาก็นับว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุด”
“ท่านเจ้าสำนัก เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ ให้ข้าเป็นผู้เล่าเถิด”
ผูอาวุโสคนหนึ่งถอนหายใจ
“เมื่อเก้าวันก่อน ผูเหิงเยว่มาที่นี่ด้วยข้ออ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนสำนัก แต่แท้จริงแล้วเขามาเพื่อท้าทาย