ภายในเก้าวัน เขาได้เอาชนะศิษย์ของสำนักเราในขอบเขตตำหนักวิญญาณไปแล้วเก้าสิบสามคน ในจำนวนนั้น แม้แต่ศิษย์หลักทั้งสิบเก้าคนจากขอบเขตตำหนักวิญญาณก็พ่ายแพ้กันหมด…”
น้ำเสียงเผยให้เห็นถึงความจนใจและความจนปัญญาอย่างสุดซึ้ง
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ทุกคนโดยรอบลานก็รู้สึกอับอายในใจเช่นกัน ถูกคนมาปิดล้อมประตูสำนักอยู่เก้าวัน นับเป็นความอัปยศอันยิ่งใหญ่! แต่ก็ช่วยไม่ได้ สู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้
ตอนนั้นผูเหิงเยว่จากสำนักวิญญาณราชันย์ดารายังทิ้งคำพูดแข็งกร้าวไว้ว่า จะสู้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่เก้าสวรรค์จะออกมายอมรับความพ่ายแพ้ด้วยคนเอง มิเช่นนั้น เขาก็จะไม่จากไปไหนทั้งนั้น!
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผูเหิงเยว่นั้นน่ากลัวมากจริงๆ มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบเห็นในโลกนี้”
ผูอาวุโสกล่าวต่อ
“กล่าวตามตรง พวกเราคนแก่เหล่านี้ก็รู้สึกอับอายอย่างยิ่ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้”
อีกคนถอนหายใจกล่าวว่า
“หากเจ้าสำนักไปยอมรับว่าแพ้ด้วยตัวเอง หน้าตาของพวกเราสำนักกระบี่เก้าสวรรค์จะเหลืออะไร? แต่ถ้าไม่ยอมรับ ผูเหิงเยว่ก็จะอยู่เฉย ๆ ไม่ยอมไป ถึงขนาดที่ว่าพวกเราต่างก็ปวดหัวกันไปหมด”
บางคนกล่าวด้วยความเดือดดาลว่า
“ผูเหิงเยว่ผู้นี้ไม่ใช่คนที่กระทำการอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่ชิงหลีจะทะลวงผ่านขอบเขตแท่นทองคำ ก็ไม่เห็นเขามาเยี่ยมเยียนสำนักเลย”
ลู่เยี่ยรู้สึกตื่นเต้นในใจ จึงกล่าวว่า
“ท่านผูอาวุโส ข้าเข้าใจเรื