าพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ก่อนจะฟันดาบลงมา
ราตรีดำมืดดังหมึก บริเวณเขาลึกที่แทบไม่มีผู้คนผ่านไปมาแห่งนี้ ถูกแสงดาบอันเจิดจ้าสว่างไสวส่องสว่าง
อวินเปยเฉินยกมือขวาขึ้น แขนเสื้อสีขาวดุจหิมะพลันบิดเป็นเกลียวราวกับดาบ กวาดผ่านอากาศ
เงาดาบสีทองแตกกระจายเต็มท้องฟ้า ประกอบรวมกันเป็นภาพ ‘วิหคทมิฬกลืนกินตะวัน’
ภาพนั้นดูราวกับมีชีวิต วิหคทมิฬกลืนกินตะวันกระพือปีก ดวงตะวันลุกโชน ปลดปล่อยเจตจำนงดาบอันลึกลับและคาดเดาไม่ได้ออกมา
แผ่นดินและท้องฟ้าสั่นสะเทือน
ดาบที่ชายวัยกลางคนอาภรณ์สีฟ้าฟันเข้ามา ถูกบดละเอียดและระเบิดออกโดยภาพวิหคทมิฬกลืนกินตะวัน
ชายวัยกลางคนอาภรณ์สีฟ้าถูกแรงกระแทกถอยหลังไป มีเลือดไหลออกจากมุมปาก
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ขอบเขตแท่นทองคำจะสามารถหลอมรวมมหาวิถีที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”
“เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีนี้น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!”
หลิวจินตกตะลึง ก่อนหน้านี้นางซึ่งเป็นปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ยังรู้สึกถึงแรงกดดันอันรุนแรง
ต้องทราบว่า ในการฝึกฝนห้าขอบเขต ขอบเขตแท่นทองคำอยู่เหนือขอบเขตตำหนักวิญญาณ แต่อยู่ใต้ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์
ลักษณะของขอบเขตนี้ก็คือ ‘สัญลักษณ์เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์’ ที่ถูกหลอมรวมขึ้นจากพลังบำเพ็ญ นั่นก็คือเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีที่หลิวจินกล่าวถึงนั่นเอง
เมื่อลงมือ แสงวิถีก็พลุ่งพล่าน สัญลักษณ์เจตจำ