้”
ลูเยี่ยชะงักงัน นี่เขาสามารถได้ยินเสียงในใจของตนเองหรือ?
เหลือเพียงชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนอยู่ในลาน
ลูเยี่ยรีบเอ่ยเตือน
“ผู้พิทักษ์สุสานแห่งเทือกเขาเฉียนเฟ็งแห่งนี้ ถูกคนผู้นั้นกักขังไว้”
เขากังวลว่าชายในอาภรณ์สีเขียวนั้นอาจจะลบเลือนชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนออกไปอย่างไม่ลังเล
หากเป็นเช่นนั้น ท่านยายอาจจะต้องตายเป็นแน่!
ชายในอาภรณ์สีเขียวส่งเสียงอืมออกมา
แต่กลับเห็นชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนมีสีหน้าหม่นหมอง และไม่ได้เอาผู้พิทักษ์สุสานมาเป็นตัวประกัน กลับพึมพำอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า
“การมีชีวิตไม่ได้อยู่ในความควบคุมของตัวเอง แม้แต่ความตาย… ก็ยังไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้อีกหรือ?’
“ตายในมือของท่านผู้มีความสามารถเช่นท่านนี้ ย่อมไม่ต่างกับตายด้วยน้ำมือตนเองอย่างแน่นอน…”
ใครๆ ก็มองออกว่าดวงจิตแห่งเต๋าชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนผู้นี้ได้พังทลายลงแล้ว!
พลังชีวิตและพลังบำเพ็ญเต๋าทั้งหมดในร่างเขาได้สลายไปดังควันระเหย
เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็สิ้นชีวิตและพลังบำเพ็ญเต๋าดับสลาย
และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่ทิ้งร่องรอยไว้ โดยมีขี้เถ้ากระดูกร่วงหล่นไปทั่วฟ้าดินอันเวิ้งวาง
ลูเยี่ยไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับการโจมตีที่โหดร้ายเพียงใด ถึงทำให้ชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนยินดีที่จะปลิดชีพตนเอง
แตเขากลับเห็นได้ว่าเมื่อเทียบกับคนอื่น ชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมนกกระเรียนคน